วินิจฉัยความผิดพลาดจากหลักฐาน
เป้าหมาย
หัวข้อที่มีชื่อว่า “เป้าหมาย”เมื่อจบบทเรียนนี้ คุณจะ
- ตั้งสมมติฐานอย่างน้อยสามข้อสำหรับอาการ ‘ไม่มีผลลัพธ์’ และเลือกหลักฐานที่แยกแต่ละข้อออกจากกัน
- อ่านตัวนับวินิจฉัยของ SDK แล้วระบุได้ว่าความผิดพลาดอยู่ขั้นใด
- อธิบายว่าทำไมฟังก์ชันควรคืนผลลัพธ์ที่บอกความจริง เช่น ไม่พร้อม หรือไม่มีข้อมูล แทนการแกล้งว่าสำเร็จ
ใช้เวลาประมาณ 70 นาที (แนวคิด 15 · ฝึก 25 · แล็บ 25 · เช็ก 5)
ก่อนเริ่ม
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ก่อนเริ่ม”ทวนจากบทเรียน 3.1 สองข้อ
- เมื่อ CM33 หยุดที่ breakpoint อะไรยังทำงานต่อ และทำไมการหยุดจึงเปลี่ยนพฤติกรรมของระบบ
- ในชุดเครื่องมือของแม่แบบนี้ เราต่อ debugger เข้า CM55 ได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ หลักฐานของ CM55 ต้องมาจากไหน
ดูของจริงก่อน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ดูของจริงก่อน”เปิด examples/06_pipeline_counters.c โปรแกรมนี้จำลองสายงานสามขั้นแบบเดียวกับ Edge AI ของ SDK
แล้วสร้างความผิดพลาดสามแบบที่ถ้ามองจากหน้าจอจะเหมือนกันหมด ทายก่อนรัน ว่าในกรณี no verdict ส่วนต่างของตัวนับตัวไหนจะเป็นศูนย์
และคอลัมน์ result จะบอกอะไร
gcc -std=c11 -Wall -Wextra -o pipeline examples/06_pipeline_counters.c./pipelineทุกกรณีขึ้น result=OK เพราะผลลัพธ์ล่าสุดจากช่วงที่ยังดีอยู่ยังค้างอยู่ ตัวเลขสะสมก็ใหญ่ทุกกรณี
มีแต่ ส่วนต่าง ของตัวนับในช่วงที่วัดที่บอกว่าสายงานหยุดที่ขั้นไหน SDK เขียนเรื่องนี้ไว้ในตัวอย่าง 01_first_inference ว่า
“A SNAPSHOT OUTLIVES ITS SESSION” และใน 07_engine_health ว่า “A big number is not health; a big number that is not growing is a stall.”
1. อาการเดียว สาเหตุหลายแบบ: ตั้งสมมติฐานก่อนแตะโค้ด
หัวข้อที่มีชื่อว่า “1. อาการเดียว สาเหตุหลายแบบ: ตั้งสมมติฐานก่อนแตะโค้ด”“หน้าจอขึ้น 0% และไม่มีอะไรเกิดขึ้น” หัวไฟล์ของ 07_engine_health.c บอกว่าอาการนี้ “has four different causes and they need four different fixes” การแก้ที่ได้ผลจึงเริ่มจากเขียนสมมติฐานทุกข้อ แล้วเลือก หลักฐานที่ให้คำตอบต่างกันสำหรับแต่ละข้อ หลักฐานที่ทุกสมมติฐานทำนายเหมือนกัน ไม่ช่วยแยกอะไรเลย
| สมมติฐาน | ถ้าจริง ส่วนต่างในหนึ่งวินาทีจะเป็น | แก้ที่ไหน |
|---|---|---|
| ไม่มีข้อมูลไปถึงโมเดล (เซนเซอร์หรือ CM33 ไม่ส่ง) | feeds +0 |
ฝั่งแหล่งข้อมูล |
| task ประมวลผลไม่ทำงานหรือค้างข้างใน | feeds ขยับ dq_calls +0 |
task และการเลือกโมเดล |
| ประมวลผลได้แต่ไม่มีผล (หน้าต่างข้อมูลยังไม่เต็ม หรือ NPU ค้าง) | dq_calls ขยับ dq_ok +0 |
รอให้เต็ม หรือดู NPU |
| โมเดลไม่เคยโหลดสำเร็จตั้งแต่ต้น | ใช้ตัวนับอีกชุด (หัวข้อถัดไป) | การโหลดโมเดล |
ลำดับการอ่านสำคัญ: เริ่มจากขั้นต้นของสายงาน เพราะถ้าไม่มีข้อมูลเข้า การไม่มีรอบประมวลผลก็ไม่ใช่ข่าว และตรวจก่อนว่าการวัดเองใช้ได้ ถ้าโมเดลเปลี่ยนระหว่างสองครั้งที่อ่าน ตัวนับถูกล้าง ส่วนต่างไม่มีความหมาย ตัวอย่างของ SDK จึงรายงาน “the active model changed under the measurement” แทนที่จะตีความตัวเลข
เรื่องจริงจาก SDK ที่แสดงว่าทำไมต้องเลือกหลักฐานให้ดี: หัวไฟล์ bento_bgt60trxx_platform.c เล่าว่าเรดาร์ค้างซ้ำ ๆ และตัวเฝ้าการค้างของเซนเซอร์เองรายงาน 0 ครั้ง เพราะมัน “sits at the BOTTOM of the same loop that was stuck” เครื่องมือวัดที่อยู่ใต้จุดที่ค้างไม่มีวันเห็นการค้าง หลักฐานที่ใช้ได้ต้องอยู่ นอก สิ่งที่มันวัด
2. อ่านตัวนับของ SDK: สะสม ส่วนต่าง และลำดับ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “2. อ่านตัวนับของ SDK: สะสม ส่วนต่าง และลำดับ”SDK ให้ตัวนับสองชุดที่ตอบคำถามต่างกัน
- “ตอนนี้ยังทำงานอยู่ไหม”
ai_engine_feeds()ai_engine_dq_calls()ai_engine_dq_ok()ใน 07_engine_health อ่านเป็น ส่วนต่าง สองครั้งห่างกัน 1 วินาที ใช้delta32()แบบอิ่มตัว (“Saturating, because a counter is cleared on a model switch”) - “เคยโหลดสำเร็จไหม”
ai_engine_init_calls()ai_engine_init_returns()ai_engine_inits()ai_engine_last_init_rc()ใน 10_model_load_diagnosis.c อ่าน ครั้งเดียว เพราะการโหลดเกิดหรือไม่เกิด และมีค่า sentinel0x7FFFFFFFแยก “init ไม่เคยถูกเรียก” ออกจาก 0 ที่แปลว่า “init สำเร็จ”
อีกหลักฐานที่ใช้ได้เสมอบน variant mtb-only คือบรรทัด [HB] ทุกสิบวินาที (บท G2 ของเอกสาร SDK) ถ้ายังมา แปลว่า CM33 ยังจัดตาราง task ได้
ปัญหาอยู่ที่ task ใด task หนึ่ง หน้าจอ หรือ CM55 ไม่ใช่คอร์ตาย และถ้า CM55 ล้มด้วย fault ร้ายแรง
proj_cm55/main.c
กะพริบ LED เป็นรหัส 1 ครั้งคือ stack overflow, 2 ครั้งคือ malloc ล้ม, 3 ครั้งคือ HardFault และเขียนค่า 0xDEAD0001 ถึง 0xDEAD0003 ไว้ที่ที่อยู่คงที่ใน SRAM
คอร์ที่ไม่มี console ก็ยังทิ้งหลักฐานได้ ถ้าเราออกแบบไว้ก่อน
3. ผลลัพธ์ที่บอกความจริง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “3. ผลลัพธ์ที่บอกความจริง”ฟังก์ชันที่ไม่มีข้อมูลแล้วคืน 0 พร้อมบอกว่าสำเร็จ ทำให้คนที่อยู่ปลายทางตัดสินใจผิดอย่างมั่นใจ แคตตาล็อกตัวอย่างของ SDK
ตั้งเป็นกติกาว่า “Every file returns an honest result code” คือ SDK_EX_OK, SDK_EX_UNAVAILABLE, SDK_EX_BUSY, SDK_EX_REFUSED,
SDK_EX_NO_DATA, SDK_EX_STARTED และ “If the hardware is absent the example says so rather than pretending to succeed”
(README ของแคตตาล็อก หัวข้อ 5)
ตัวอย่างว่าผลลัพธ์ที่คลุมเครือทำร้ายอย่างไร เอกสาร SDK บันทึกไว้เอง
- Appendix X #25 รหัส
0x08060009ของ MQTT ถูกเขียนทับเมื่อลองใหม่ครบ “overwriting whatever result already held” ความผิดพลาดของ TLS กับการถูกปฏิเสธสิทธิ์จึงพิมพ์รหัสเดียวกัน เอกสารบันทึกว่าข้อบกพร่องสามจุดในสามชั้นพิมพ์รหัสนี้เหมือนกันหมด และรหัสไม่เปลี่ยนเลยขณะแก้ทีละจุด - ตัวนับ mask ของ task เซนเซอร์ ใน 05_auto_push_task.c บิตที่หายไปอาจแปลว่า “คุณปิดมัน” หรือ “มันไม่ทำงาน” และ “the API cannot tell you which”
- radar_dsp_snapshot() คืน
falseเมื่อยังไม่มีเฟรมแรก ซึ่งต่างจากtarget == 0ที่แปลว่าไม่มีเป้าหมาย สองอย่างนี้ SDK ตั้งใจแยกไว้
อีกด้านของความซื่อสัตย์คือ log ที่ดูน่าเชื่อไม่ใช่หลักฐาน บท A1 เตือนว่าบน mtb-only การบูตที่สำเร็จแทบไม่พิมพ์อะไร และบรรทัดบางบรรทัดมีอยู่ในซอร์สแต่ไม่เคยถูกพิมพ์ “If a document tells you to wait for one of them, the document is stale.” หลักฐานที่ดีคือสิ่งที่ระบบ ปล่อยออกมาจริง ไม่ใช่สิ่งที่มีเขียนไว้ในโค้ด
ตัวอย่างสมบูรณ์
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ตัวอย่างสมบูรณ์”examples/06_pipeline_counters.c ทำงานเป็นสามท่า
- ท่าที่ 1
pipeline_tick()จำลองสายงานหนึ่งจังหวะ ความผิดพลาดแต่ละแบบหยุดคนละขั้น - ท่าที่ 2
get_confidence()คืนRESULT_NO_DATAถ้ายังไม่เคยมีผล แต่ถ้าเคยมีแล้ว มันคืนผลล่าสุดซึ่งอาจเก่า - ท่าที่ 3
run_case()อ่านตัวนับสองครั้งแล้วพิมพ์ทั้งค่าสะสมและส่วนต่าง
ลองแก้แล้วทายก่อนรัน
- ลดช่วงแรกที่ทำงานปกติจาก 50 เป็น 0 รอบ คอลัมน์
resultของกรณีที่ผิดพลาดเปลี่ยนเป็นอะไร และทำไมผลนี้ซื่อสัตย์กว่า - เพิ่มเวลาล่าสุดที่ได้ผลลงใน
get_confidence()แล้วให้คืนRESULT_NO_DATAถ้าผลเก่ากว่ากำหนด ตัดสินเองว่า “เก่าเกินไป” คือเท่าไร - เขียนตารางสมมติฐานแบบในแนวคิดข้อ 1 สำหรับกรณี “หน้าจอไม่อัปเดตค่าความชื้น” อย่างน้อยสามข้อ พร้อมหลักฐานที่แยกแต่ละข้อ
ฝึกเติม
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ฝึกเติม”เปิด practice/06_diagnose.c มีช่องให้เติม 5 จุด เป็นตรรกะเดียวกับ 07_engine_health และ 10_model_load_diagnosis ของ SDK
delta32()แบบอิ่มตัวdiagnose()ตรวจว่าการวัดใช้ได้ (โมเดลไม่เปลี่ยน) ก่อนdiagnose()ตัดสินจากส่วนต่าง ขั้นต้นก่อนขั้นปลายload_diagnosis()ห้าสาเหตุตามลำดับread_latest()คืนผลที่บอกความจริง และไม่แตะค่าของผู้เรียกเมื่อไม่มีข้อมูล
gcc -std=c11 -Wall -Wextra -o diagnose practice/06_diagnose.c && ./diagnoseสังเกตว่ามี test บางข้อที่ผ่านตั้งแต่ก่อนเติม เช่น delta32(10u, 15u) == 0u และกรณี STAGE_HEALTHY เพราะโค้ดตั้งต้นคืน 0 และ HEALTHY อยู่แล้ว
test ที่ผ่านกับโค้ดที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ได้พิสูจน์อะไร เรื่องนี้คือหัวใจของบทเรียน 6.1
ลองเองก่อนอย่างน้อย 15 นาที แล้วเปิด solution/06_diagnose.c
คอมเมนต์ในเฉลยบอกว่าแต่ละผลลัพธ์ชี้ไปที่ส่วนไหนของระบบ เพราะการวินิจฉัยที่ดีไม่ได้จบที่ชื่อสาเหตุ แต่จบที่ “ไปดูต่อที่ไหน”
สังเกต LOAD_NO_RC กรณีที่บัญชีของตัวนับไม่ตรงกันเอง เฉลยรายงานมันเป็นสถานะของตัวเอง แทนที่จะปล่อยให้ตกไปเป็น LOAD_OK
เช็กความเข้าใจ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “เช็กความเข้าใจ”ตอบคำถาม 5 ข้อใน quiz.yaml (บนเว็บไซต์อยู่ท้ายหน้านี้) ครอบคลุมเป้าหมายทั้งสามข้อ ตอบถูกตั้งแต่ 4 ข้อขึ้นไปถือว่าจบบทเรียน
งาน: วินิจฉัยสายงาน Edge AI บนบอร์ดจากตัวนับ แล้วตรวจสอบตัวอย่างวินิจฉัยของ SDK เองด้วยหลักฐาน
- build แม่แบบด้วย
make build -j ENABLE_PAGE_EXAMPLES=1แล้ว flash ถอดสายเสียบใหม่ เปิด serial console ไว้ - รัน
cm55/edge_ai/07_engine_healthจาก SDK Examples โดยยังไม่เริ่มโมเดลใด บันทึกข้อความที่ได้ (ควรบอกว่าไม่มีโมเดลทำงาน และคืน NO_DATA) - เริ่มโมเดลหนึ่งตัวจากหน้า Edge AI ของเฟิร์มแวร์ แล้วกลับไปรัน
07_engine_healthอีกครั้ง บันทึกส่วนต่างทุกตัวและบรรทัดVERDICT - ทายก่อน แล้วรัน
cm55/edge_ai/10_model_load_diagnosisบันทึกว่าบนจอเห็นอะไรจากตัวอย่างนี้ แล้วเปิด ไฟล์ของมัน เทียบกับสามอย่าง: กติกาในหัวข้อ 5 ของ README แคตตาล็อก (ฝั่ง CM55 “Never printf … use sdk_example_logf()”), Appendix X #1 (printf บน CM55 เป็น no-op เมื่อลิงก์ libbento_edge_ai.a) และบรรทัดที่ประกาศฟังก์ชันนี้ใน sdk_examples_table.c บรรทัด 41 เทียบกับนิยามในไฟล์ตัวอย่าง ชนิดของค่าคืนและพารามิเตอร์ตรงกันไหม เขียนสิ่งที่คุณพบพร้อมบรรทัดที่เป็นหลักฐาน แล้วบอกว่าข้อสรุปไหน เห็นกับตาบนบอร์ด และข้อไหน อนุมานจากการอ่านโค้ด - บน serial console ตรวจว่า
[HB]มาครบทุกสิบวินาทีตลอดการทดลอง ถ้าขาดช่วง ให้บันทึกเวลาและสิ่งที่ทำอยู่ตอนนั้น
หลักฐานที่เก็บไว้ใน portfolio: ภาพหน้าจอผลของ 07 ทั้งสองครั้ง ตารางส่วนต่างและคำวินิจฉัยของคุณ
รายงานสั้นของข้อ 4 ที่แยก “เห็นจริง” ออกจาก “อนุมาน” และ log ของ [HB]
- อ่าน Appendix X ข้อ #25 และ #27 ของเอกสาร SDK ทั้งสองข้อเป็นตัวอย่างของอาการที่ชี้ผิดที่ แล้วเขียนตารางสมมติฐานของแต่ละข้อ
- โจทย์ท้าทาย: ออกแบบ struct “กล่องดำ” สำหรับโปรเจกต์ของคุณเอง ดูตัวอย่างการออกแบบใน diag_blackbox.h (ที่ commit นี้ในแม่แบบ mtb-only มีแต่ header ยังไม่มีไฟล์ .c ใดใช้มัน ซึ่งเป็นอีกตัวอย่างว่าการมีโค้ดอยู่ยังไม่ใช่หลักฐานว่ามันทำงาน)
บทถัดไปเข้าสู่โมดูล 4: บทเรียน 4.1 GPIO และ interrupt
สะท้อนคิด
หัวข้อที่มีชื่อว่า “สะท้อนคิด”- ครั้งล่าสุดที่คุณแก้บั๊กแล้วมันกลับมา คุณแก้ตามสมมติฐานเดียวที่นึกได้ หรือแยกสมมติฐานด้วยหลักฐานก่อน
- ฟังก์ชันไหนในโค้ดของคุณที่คืน 0 หรือ
trueเมื่อไม่มีข้อมูล และผู้เรียกจะเข้าใจผิดได้อย่างไร
แหล่งอ้างอิง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “แหล่งอ้างอิง”- SDK: cm55/edge_ai/10_model_load_diagnosis.c (สี่สาเหตุของอาการไม่มีผลลัพธ์)
- SDK: cm55/edge_ai/07_engine_health.c (อ่านส่วนต่างของตัวนับ)
- SDK: แคตตาล็อกตัวอย่าง (Rules every example follows, result codes)
- B1 — CM33_NS boot walk-through (เอกสาร SDK สร้างจาก commit ef72c1b)
- Appendix X — Traps and anti-patterns (เอกสาร SDK สร้างจาก commit ef72c1b)
คำถามทบทวน
ลองตอบเองก่อน แล้วค่อยเปิดดูเฉลย
-
อาการคือ 'หน้าจอ Edge AI ขึ้น 0% และไม่เปลี่ยน' ข้อใดเป็นสมมติฐานที่แยกกันได้ด้วยหลักฐานต่างกัน (เลือกได้หลายข้อ) (เป้าหมายข้อ 1)
- ไม่มีข้อมูลเซนเซอร์ไปถึงโมเดล (feeds ไม่ขยับ)
- task ประมวลผลไม่ทำงานหรือค้าง (feeds ขยับ แต่ dq_calls ไม่ขยับ)
- ประมวลผลได้แต่ไม่มีผล (dq_calls ขยับ แต่ dq_ok ไม่ขยับ)
- เฟิร์มแวร์มีบั๊ก (ไม่ระบุว่าที่ไหน)
ดูเฉลย
คำตอบ: A. ไม่มีข้อมูลเซนเซอร์ไปถึงโมเดล (feeds ไม่ขยับ) · B. task ประมวลผลไม่ทำงานหรือค้าง (feeds ขยับ แต่ dq_calls ไม่ขยับ) · C. ประมวลผลได้แต่ไม่มีผล (dq_calls ขยับ แต่ dq_ok ไม่ขยับ)
สามข้อแรกทำนายส่วนต่างของตัวนับต่างกัน จึงแยกกันได้ด้วยการวัดครั้งเดียว ส่วน 'เฟิร์มแวร์มีบั๊ก' เป็นจริงกับทุกกรณีและไม่บอกว่าควรไปดูที่ไหน จึงไม่ใช่สมมติฐานที่ทดสอบได้
-
ตัวเฝ้าการค้างของเซนเซอร์เรดาร์อยู่ท้ายลูปของ task เรดาร์ แล้ว task ค้างกลางลูป ตัวเฝ้าจะรายงานอะไร และบทเรียนคืออะไร (เป้าหมายข้อ 1)
- รายงานว่าค้าง เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อจับการค้าง
- รายงาน 0 ครั้ง เพราะมันอยู่ใต้จุดที่ค้างและไม่เคยได้ทำงาน หลักฐานต้องมาจากนอกสิ่งที่มันวัด
- รีเซ็ตบอร์ดเอง
- รายงานค่าสุ่ม
ดูเฉลย
คำตอบ: B. รายงาน 0 ครั้ง เพราะมันอยู่ใต้จุดที่ค้างและไม่เคยได้ทำงาน หลักฐานต้องมาจากนอกสิ่งที่มันวัด
หัวไฟล์ bento_bgt60trxx_platform.c ของ SDK บันทึกเหตุการณ์นี้ไว้จริง: sensor's own stall watchdog reporting 0 attempts because it sits at the BOTTOM of the same loop that was stuck
-
07_engine_health วัดหนึ่งวินาทีได้ feeds +50, dq_calls +50, dq_ok +0 ความผิดพลาดอยู่ขั้นใด (เป้าหมายข้อ 2)
- แหล่งข้อมูล: เซนเซอร์ไม่ส่ง
- task ประมวลผลไม่ทำงาน
- ประมวลผลครบรอบแต่ไม่มีผล: หน้าต่างข้อมูลยังไม่เต็ม หรือ NPU ค้าง
- ปกติดี
ดูเฉลย
คำตอบ: C. ประมวลผลครบรอบแต่ไม่มีผล: หน้าต่างข้อมูลยังไม่เต็ม หรือ NPU ค้าง
ข้อมูลมาถึงและรอบประมวลผลจบ แต่ไม่มีผลออกมา ตัวอย่างของ SDK เรียกรูปแบบนี้ว่า the signature of a stalled NPU ถ้ามันไม่หายไปหลังหน้าต่างข้อมูลเต็ม
-
เรียงลำดับการตรวจของการวินิจฉัยการโหลดโมเดลแบบ 10_model_load_diagnosis (ข้อแรกคือข้อที่ต้องตัดทิ้งก่อน) (เป้าหมายข้อ 2)
- last_rc != 0 → โมเดลปฏิเสธ
- init_calls == 0 → ไม่เคยถูกเรียก
- inits == 0 → โหลดไม่จบ
- init_returns < init_calls → ค้างอยู่ใน init
ดูเฉลย
ลำดับที่ถูก: B. init_calls == 0 → ไม่เคยถูกเรียก → D. init_returns < init_calls → ค้างอยู่ใน init → A. last_rc != 0 → โมเดลปฏิเสธ → C. inits == 0 → โหลดไม่จบ
แต่ละข้อมีความหมายเมื่อข้อก่อนหน้าถูกตัดทิ้งแล้วเท่านั้น: ถ้าไม่เคยถูกเรียก การดูรหัสผลลัพธ์ไม่มีความหมาย ถ้ายังค้างอยู่ รหัสล่าสุดก็ยังไม่ได้เขียน
-
ฟังก์ชันอ่านความชื้นจาก cache ยังไม่เคยอ่านเซนเซอร์สำเร็จเลย ควรทำอย่างไร (เป้าหมายข้อ 3)
- คืน 0 พร้อมรหัสสำเร็จ หน้าจอจะได้ไม่ว่าง
- คืนค่าที่อ่านได้ครั้งล่าสุดของเซนเซอร์ตัวอื่นแทน
- คืนรหัสแบบ NO_DATA (หรือ UNAVAILABLE ถ้าไม่มีเซนเซอร์) และไม่แตะค่าที่ผู้เรียกถืออยู่
- หยุดโปรแกรมด้วย assert
ดูเฉลย
คำตอบ: C. คืนรหัสแบบ NO_DATA (หรือ UNAVAILABLE ถ้าไม่มีเซนเซอร์) และไม่แตะค่าที่ผู้เรียกถืออยู่
ผลที่บอกความจริงให้ผู้เรียกตัดสินใจเองได้ เช่นแสดง '--' แทน 0% ที่ดูน่าเชื่อ แคตตาล็อกของ SDK ตั้งกติกาว่า if the hardware is absent the example says so rather than pretending to succeed
อ้างอิงบทเรียนนี้
ถ้านำบทเรียนนี้ไปสอน ทำสไลด์ หรือทำเอกสารต่อ ให้อ้างอิงด้วยข้อความนี้ ถ้าดัดแปลงเนื้อหา ให้เติม (ดัดแปลง)ต่อท้ายชื่อบทเรียน
"วินิจฉัยความผิดพลาดจากหลักฐาน" จาก TESA Open Knowledge โดยสมาคมสมองกลฝังตัวไทย (Thai Embedded Systems Association: TESA) https://github.com/tesaiot/tesa-qualification-program สัญญาอนุญาต CC BY-NC 4.0
ข้อความอ้างอิงภาษาอังกฤษ: "Diagnosing faults from evidence" from TESA Open Knowledge by the Thai Embedded Systems Association (TESA), https://github.com/tesaiot/tesa-qualification-program, licensed under CC BY-NC 4.0
ลิงก์บทเรียน: https://tesaiot.github.io/tesa-qualification-program/courses/embedded-c-foundations/m03-debugging/l02-diagnosing-faults/
บทเรียนนี้ดัดแปลงจากต้นฉบับด้านล่าง เมื่ออ้างอิงให้คงเครดิตต้นฉบับไว้ด้วย
https://github.com/tesaiot/tesaiot-pse84-devkit-sdk/tree/ef72c1b658178eee8c38b1e47d28b006f80a59b5 · SDK examples and docs are linked at this commit, not copied into this course. Lessons quote short excerpts (at most 25 lines) with a link to the file at this commit and the credit (Apache-2.0, tesaiot-pse84-devkit-sdk).
TESA Open Knowledge · © 2026 สมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA) · CC BY-NC 4.0
เนื้อหาเผยแพร่ภายใต้ CC BY-NC 4.0 นำไปใช้ต่อในงานที่ไม่ใช่เพื่อการค้าได้ โปรดอ้างอิงสมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA) ทุกครั้ง · วิธีอ้างอิง TESA