ออสซิลโลสโคปเบื้องต้น
เป้าหมาย
หัวข้อที่มีชื่อว่า “เป้าหมาย”เมื่อจบบทเรียนนี้ คุณจะ
- ตั้ง timebase, volts/div และ trigger ให้เห็นสัญญาณนิ่งบนจอ
- อธิบายว่าทำไมสายกราวด์ของโพรบต้องต่อกับกราวด์ของวงจรและสั้นที่สุด
- อธิบายว่าออสซิลโลสโคปให้ข้อมูลอะไรที่ logic analyzer ให้ไม่ได้
ก่อนเริ่ม
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ก่อนเริ่ม”- ออสซิลโลสโคป (แบบตั้งโต๊ะของห้องแล็บ หรือแบบต่อ USB ก็ได้) พร้อมโพรบแบบ 10× และสปริงกราวด์ (ground spring) ที่มากับโพรบ ถ้ามี
- TESAIoT Dev Kit ที่ flash ตัวอย่าง QWA309 Header I/O Test ไว้ เราใช้ปุ่ม PWM Out เป็นแหล่งสัญญาณ
- ถ้าใช้ Eva Kit ใช้ขาใดก็ได้ที่คุณสร้างสัญญาณสี่เหลี่ยมด้วยโปรแกรมของตัวเอง
- อ่านหน้าแรก ๆ ของคู่มือเครื่องของคุณ หาแบนด์วิดท์ (MHz) อัตราสุ่มสูงสุด และตำแหน่งขั้วสัญญาณทดสอบสำหรับชดเชยโพรบ (probe compensation)
ความปลอดภัย ออสซิลโลสโคปแบบตั้งโต๊ะส่วนใหญ่ต่อปากคีบกราวด์ของโพรบเข้ากับขั้วสายดินของปลั๊กไฟโดยตรง ถ้าหนีบปากคีบกราวด์ไว้ที่จุดที่ไม่ใช่กราวด์ของวงจร จุดนั้นจะถูกลัดลงดินผ่านสายโพรบทันที หลักสูตรนี้วัดเฉพาะวงจรแรงดันต่ำที่กราวด์เดียวกับบอร์ด ห้ามใช้โพรบธรรมดาวัดวงจรไฟบ้านหรือวงจรที่กราวด์ลอย งานแบบนั้นต้องใช้โพรบแบบ differential และการฝึกเฉพาะ
ดูของจริงก่อน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ดูของจริงก่อน”ต่อโพรบเข้าขา P13.3 ต่อกราวด์เข้า GND แล้วกดปุ่ม PWM Out โดยยังไม่ได้ตั้งอะไรเลย (หรือกด Auto Set ถ้าเครื่องมี) เป็นไปได้มากว่าภาพจะวิ่งไปมา เป็นเส้นตรง หรือเห็นแค่แถบเบลอ ๆ ทั้งที่สัญญาณจริงเป็นคลื่นสี่เหลี่ยม 25 Hz ธรรมดา
ออสซิลโลสโคปไม่ได้ “รู้” ว่าเราอยากดูอะไร เราต้องบอกมันสามอย่าง ดูช่วงเวลากว้างแค่ไหน ดูแรงดันช่วงไหน และเริ่มวาดภาพเมื่อไร สามอย่างนี้คือเนื้อหาของบทนี้
1. จอ ช่อง และสามปุ่มหลัก
หัวข้อที่มีชื่อว่า “1. จอ ช่อง และสามปุ่มหลัก”จอส่วนใหญ่แบ่ง 10 ช่องตามแนวนอน (เวลา) และ 8 ช่องตามแนวตั้ง (แรงดัน) คำว่า “div” คือหนึ่งช่องนั้น
timebase (s/div) เวลาหนึ่งช่องแนวนอน ทั้งจอเห็นเวลา 10 × s/div
อยากเห็นสัญญาณคาบเวลา 40 ms ราวสองถึงสามคาบเวลา → ต้องการเวลาทั้งจอราว 100 ms → 10 ms/divอยากเห็นหนึ่งไบต์ UART 115200 (86.8 µs) ทั้งไบต์ → ต้องการราว 100 µs → 10 µs/divค่าที่เลือกได้มักเป็นชุด 1-2-5 (1, 2, 5, 10, 20, 50 …) ให้เลือกค่าที่เล็กที่สุดที่ยังเห็นสิ่งที่ต้องการครบ
volts/div (V/div) แรงดันหนึ่งช่องแนวตั้ง ตั้งให้สัญญาณสูงราวครึ่งถึงเกือบเต็มจอ
สัญญาณ 0 ถึง 3.3 V ที่ 1 V/div สูง 3.3 ช่อง ที่ 0.5 V/div สูง 6.6 ช่อง (ต้องเลื่อนเส้น 0 V ลงไปใกล้ขอบล่าง)ตั้งค่า อัตราลดทอนของโพรบ ในเมนูช่องสัญญาณให้ตรงกับสวิตช์บนโพรบ (1× หรือ 10×) ถ้าไม่ตรง ตัวเลขบนจอจะผิดไปสิบเท่า
coupling แบบ DC แสดงแรงดันจริงทั้งหมด แบบ AC ตัดส่วนไฟตรงทิ้ง เหลือแต่ส่วนที่เปลี่ยน อยากดูแรงดันกระเพื่อม (ripple) เล็ก ๆ บนไฟ 3.3 V ให้ใช้ AC coupling กับ 20 mV/div เพราะถ้าใช้ DC coupling ที่ 20 mV/div เส้นจะหลุดออกนอกจอไปเลย
2. trigger: ทำให้ภาพนิ่ง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “2. trigger: ทำให้ภาพนิ่ง”ออสซิลโลสโคปวาดภาพซ้ำหลายครั้งต่อวินาที ถ้าแต่ละภาพเริ่มที่จุดต่างกันบนคลื่น ภาพจะวิ่ง trigger บอกให้ทุกภาพเริ่มที่จุดเดียวกัน
- source ช่องที่ใช้ตัดสิน (ช่องที่มีสัญญาณ)
- slope ขอบขาขึ้นหรือขาลง
- level แรงดันที่ถือว่าเป็นจุดเริ่ม ต้องอยู่ ภายใน ช่วงที่สัญญาณแกว่ง กลางช่วงปลอดภัยที่สุด เช่น 1.65 V สำหรับลอจิก 3.3 V
- mode
- Auto วาดภาพเสมอแม้ไม่เจอ trigger เหมาะตอนหาสัญญาณครั้งแรก
- Normal วาดใหม่เฉพาะเมื่อเจอ trigger ภาพล่าสุดค้างไว้เมื่อสัญญาณหยุด เหมาะกับสัญญาณที่มาเป็นช่วง ๆ อย่าง PWM Out ที่วิ่งแค่ราว 2 s
- Single จับครั้งเดียวแล้วหยุด เหมาะกับเหตุการณ์ครั้งเดียว เช่น การเด้งของปุ่มตอนกดหนึ่งครั้ง
ถ้าภาพวิ่ง ให้ตรวจตามลำดับ source ถูกช่องไหม level อยู่ในช่วงสัญญาณไหม และ mode เหมาะกับลักษณะสัญญาณไหม
3. โพรบ กราวด์ และสิ่งที่ logic analyzer มองไม่เห็น
หัวข้อที่มีชื่อว่า “3. โพรบ กราวด์ และสิ่งที่ logic analyzer มองไม่เห็น”โพรบ 10× ลดทอนสัญญาณสิบเท่า แลกกับความต้านทานขาเข้าสูง (โดยทั่วไป 10 MΩ) และความจุต่ำ (หลักสิบ pF) จึงรบกวนวงจรน้อยกว่าโพรบ 1× ก่อนใช้ต้อง ชดเชยโพรบ (compensation) ต่อโพรบเข้าขั้วสัญญาณทดสอบของเครื่อง (มักเป็นคลื่นสี่เหลี่ยมราว 1 kHz) แล้วหมุนตัวปรับเล็ก ๆ บนโพรบจนยอดคลื่นแบนพอดี ไม่โด่งและไม่มน
สายกราวด์ต้องต่อกับกราวด์ของวงจร ปลายโพรบวัดแรงดันเทียบกับปากคีบกราวด์ และปากคีบกราวด์ของเครื่องตั้งโต๊ะต่อลงดินผ่านปลั๊กไฟ บอร์ดที่เสียบ USB กับคอมพิวเตอร์ที่เสียบปลั๊กสามขา กราวด์ของบอร์ดก็มักต่อลงดินด้วย หนีบปากคีบกราวด์ไว้ที่ขา 3V3 จึงเท่ากับเอาสายลัด 3V3 ลงกราวด์
สายกราวด์ต้องสั้น
สายกราวด์ยาวของโพรบกับปลายโพรบล้อมเป็นวงลูป ลูปมีความเหนี่ยวนำ (กฎหยาบคือราว 1 nH ต่อความยาวสายหนึ่งมิลลิเมตร) และเข้าคู่กับความจุของโพรบกลายเป็นวงจรเรโซแนนซ์
f = 1 / (2π √(L × C))สายกราวด์ 15 cm ≈ 150 nH กับโพรบ 15 pF → f = 1 / (2π √(150 nH × 15 pF)) ≈ 106 MHzสปริงกราวด์ 1 cm ≈ 10 nH กับโพรบ 15 pF → f ≈ 411 MHzทุกขอบสัญญาณที่เร็วพอจะกระตุ้นวงนี้ให้สั่น เราจึงเห็นการสั่น (ringing) ราว 100 MHz ที่ขอบ ซึ่ง ไม่ได้อยู่บนบอร์ด แต่เกิดจากวิธีวัดของเราเอง สปริงกราวด์ดันความถี่นี้ขึ้นไปสูงกว่าแบนด์วิดท์ของเครื่องทั่วไป และลูปเล็กยังรับสัญญาณรบกวนจากรอบข้างได้น้อยกว่าด้วย
แบนด์วิดท์และเวลาขาขึ้น เครื่องแสดงขอบที่เร็วกว่าความสามารถของมันไม่ได้ กฎหยาบคือ t_r ≈ 0.35 / BW เครื่อง 100 MHz แสดงขอบได้เร็วสุดราว 3.5 ns ถ้าขอบจริงเร็ว 5 ns จะเห็นราว √(5² + 3.5²) = 6.1 ns
ออสซิลโลสโคปกับ logic analyzer
| คำถาม | เครื่องที่ตอบได้ |
|---|---|
| แรงดันระดับ 1 จริงเป็นเท่าไร มีขอบเกิน (overshoot) หรือสั่นไหม | ออสซิลโลสโคป |
| ขอบขาขึ้นของ I2C ช้าเพราะ pull-up ใหญ่ไปไหม ระดับ 0 ลงถึง V_OL ไหม | ออสซิลโลสโคป |
| ไฟเลี้ยงกระเพื่อมเท่าไร มีหนามแหลมตอนโหลดสลับไหม | ออสซิลโลสโคป |
| สัญญาณอนาล็อก เช่น แรงดันจากลูกบิดหรือเสียง | ออสซิลโลสโคป |
| ลำดับเหตุการณ์ของ 8 ถึง 16 ขาพร้อมกัน นานหลายวินาที | logic analyzer |
| ถอดรหัส I2C หรือ UART ยาว ๆ | logic analyzer (เครื่องสโคปหลายรุ่นทำได้ แต่มักจับได้สั้นกว่า) |
สองเครื่องจึงไม่ได้แทนกัน logic analyzer ตอบว่า “เกิดอะไรเมื่อไร” ส่วนออสซิลโลสโคปตอบว่า “สัญญาณหน้าตาเป็นอย่างไร”
ตัวอย่างสมบูรณ์
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ตัวอย่างสมบูรณ์”โจทย์ ตั้งเครื่องให้เห็นสัญญาณจากปุ่ม PWM Out (P13.3, 0 ถึง 3.3 V, ราว 25 Hz, วิ่งราว 2 s ต่อการกดหนึ่งครั้ง) นิ่ง แล้ววัดแรงดันและคาบเวลา
- โพรบ ตั้งสวิตช์ 10× ตั้งเมนูช่องเป็น 10× ชดเชยโพรบกับขั้วทดสอบก่อน
- ต่อ ปากคีบกราวด์ (หรือสปริงกราวด์) ที่ GND ของ header ใกล้ P13.3 ที่สุด ปลายโพรบที่ P13.3
- แนวตั้ง DC coupling, 1 V/div เลื่อนเส้น 0 V ไว้ที่ช่องที่สองจากล่าง สัญญาณจะสูง 3.3 ช่อง
- แนวนอน คาบเวลา 40 ms อยากเห็นราวสองคาบเวลาครึ่ง → 10 ms/div (ทั้งจอ 100 ms)
- trigger source ช่อง 1, ขาขึ้น, level 1.65 V, mode Normal เพราะสัญญาณมาเป็นช่วง
- กด PWM Out ภาพจะนิ่งระหว่างสัญญาณวิ่ง และค้างภาพสุดท้ายไว้หลังสัญญาณหยุด
- วัด ใช้ cursor หรือฟังก์ชันวัดอัตโนมัติ อ่านแรงดันสูงสุด (ควรใกล้แรงดัน 3V3 ที่วัดด้วยมัลติมิเตอร์) คาบเวลา และความถี่
- ซูมขอบ ตั้ง trigger เป็น Single เปลี่ยน timebase เป็นระดับนาโนวินาทีตามแบนด์วิดท์ของเครื่อง (เช่น 10 ns/div) กด PWM Out อีกครั้งแล้วดูหน้าตาของขอบขาขึ้นลูกแรก
ฝึกเติม
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ฝึกเติม”- อยากเห็นคลื่น 1 kHz อย่างน้อยสองคาบเวลาเต็มบนจอ 10 ช่อง ควรใช้ timebase เท่าไร (ใช้ชุด 1-2-5)
- สัญญาณ 0 ถึง 5 V อยากให้สูงอย่างน้อยครึ่งจอ (4 ช่อง) โดยไม่ล้นจอ 8 ช่อง ควรใช้ volts/div เท่าไร
- โพรบตั้งสวิตช์ไว้ที่ 10× แต่เมนูช่องของเครื่องตั้งไว้ 1× วัดสัญญาณ 3.3 V จะอ่านได้เท่าไร
- เครื่องแบนด์วิดท์ 50 MHz แสดงเวลาขาขึ้นได้เร็วสุดประมาณเท่าไร
- ลูปของสายกราวด์มีความเหนี่ยวนำ 100 nH โพรบมีความจุ 10 pF จะเห็นการสั่นที่ความถี่ประมาณเท่าไร
- จับคู่คำถามกับเครื่องมือ (ก) ถอดรหัส I2C ยาว 5 s (ข) SCL มีการสั่นหลังขอบขาลงไหม (ค) ไฟ 3V3 กระเพื่อมเท่าไร (ง) ขา 12 ขาของบัสขนานเปลี่ยนตามลำดับที่ควรไหม
- สองคาบเวลาคือ 2 ms ต้องการ 0.2 ms ต่อช่องพอดี (ทั้งจอ 2 ms) ถ้าอยากมีที่ว่าง ใช้ 0.5 ms/div จะเห็น 5 คาบเวลา
- 1 V/div สัญญาณสูง 5 ช่อง (0.5 V/div จะสูง 10 ช่องล้นจอ ส่วน 2 V/div สูงแค่ 2.5 ช่อง)
- โพรบลดทอนสิบเท่าแต่เครื่องไม่ได้คูณกลับ จึงอ่านได้ราว 0.33 V
- 0.35 / 50 MHz = 7 ns
- f = 1 / (2π √(100 nH × 10 pF)) ≈ 159 MHz
- (ก) logic analyzer (ข) ออสซิลโลสโคป (ค) ออสซิลโลสโคป (AC coupling) (ง) logic analyzer
เช็กความเข้าใจ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “เช็กความเข้าใจ”ตอบคำถามใน quiz.yaml ให้ถูกอย่างน้อย 4 ใน 5 ข้อ
- ชดเชยโพรบ ต่อโพรบเข้าขั้วทดสอบของเครื่อง ปรับจนยอดคลื่นแบนพอดี ถ่ายภาพจอไว้สามแบบ (ชดเชยน้อยไป พอดี มากไป)
- ภาพนิ่ง ทำตามตัวอย่างสมบูรณ์ข้อ 1 ถึง 7 จดค่าลงตาราง
- ทดลองให้ภาพวิ่ง ตั้ง level เป็น 5 V (เกินช่วงสัญญาณ) หรือเปลี่ยน source ไปช่องที่ไม่มีสัญญาณ ดูว่าเกิดอะไรขึ้นในโหมด Auto และ Normal แล้วตั้งกลับ
- กราวด์ยาวกับกราวด์สั้น ซูมขอบขาขึ้นในโหมด Single วัดครั้งแรกด้วยปากคีบกราวด์สายยาวที่มากับโพรบ แล้ววัดครั้งที่สองด้วยสปริงกราวด์ (หรือสายกราวด์ที่สั้นที่สุดที่ทำได้) แตะ GND ที่อยู่ติดกับขาที่วัด จดขนาดขอบเกิน (overshoot) และความถี่ของการสั่นทั้งสองแบบ
- คำนวณย้อน ใช้ความถี่ของการสั่นที่วัดได้กับความจุของโพรบจากคู่มือ หาความเหนี่ยวนำของลูปกราวด์ L = 1 / ((2π f)² × C) เช่น สั่นที่ 80 MHz กับโพรบ 15 pF ได้ L ≈ 264 nH แล้วเทียบกับความยาวสายกราวด์ของคุณด้วยกฎหยาบ 1 nH ต่อมิลลิเมตร ถ้าการสั่นเร็วเกินแบนด์วิดท์ของเครื่องจนมองไม่เห็น ให้จดไว้ว่าเครื่องของคุณแยกความต่างนี้ไม่ได้ และบอกว่าเพราะอะไร
- ไฟเลี้ยง วัดขา 3V3 ด้วย AC coupling, 20 mV/div, timebase 1 ms/div จดแรงดันกระเพื่อมยอดถึงยอด ลองเปิดและปิดตัวจำกัดแบนด์วิดท์ 20 MHz (ถ้าเครื่องมี) แล้วเทียบ
| การวัด | ค่าที่ได้ |
|---|---|
| แรงดันระดับ 1 ของ P13.3 | |
| คาบเวลา และความถี่ | |
| overshoot กับสายกราวด์ยาว | |
| overshoot กับกราวด์สั้น | |
| ความถี่การสั่นกับสายกราวด์ยาว และ L ที่คำนวณได้ | |
| แรงดันกระเพื่อมของ 3V3 (ยอดถึงยอด) |
บทเรียนถัดไป วัด PWM เราจะใช้ทั้งออสซิลโลสโคปและ logic analyzer วัดคาบเวลาและ duty cycle แล้วเทียบกับค่าที่โปรแกรมสั่ง ว่าตรงกันจริงไหม
สะท้อนคิด
หัวข้อที่มีชื่อว่า “สะท้อนคิด”ในข้อ 4 ของแล็บ ภาพแบบไหนที่คุณจะเชื่อว่าเป็นหน้าตาจริงของสัญญาณบนบอร์ด และคุณจะอธิบายเหตุผลกับคนที่ใช้แต่สายกราวด์ยาวอย่างไร
แหล่งอ้างอิง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “แหล่งอ้างอิง”คำถามทบทวน
ลองตอบเองก่อน แล้วค่อยเปิดดูเฉลย
-
สัญญาณมีคาบเวลา 40 ms อยากเห็นราวสองถึงสามคาบเวลาบนจอที่มี 10 ช่องแนวนอน ควรตั้ง timebase เท่าไร (เป้าหมายข้อ 1)
- 1 ms/div
- 10 ms/div
- 100 ms/div
- 40 ms/div
ดูเฉลย
คำตอบ: B. 10 ms/div
10 ms/div ทำให้ทั้งจอเห็น 100 ms คือ 2.5 คาบเวลา ที่ 1 ms/div เห็นแค่ 10 ms ไม่ถึงคาบเวลาเดียว ที่ 100 ms/div เห็น 25 คาบเวลาจนแน่นเกินไป
-
ภาพของสัญญาณลอจิก 0 ถึง 3.3 V วิ่งไปมาไม่นิ่ง ขณะที่ตั้ง trigger level ไว้ที่ 5 V ควรแก้อย่างไร (เป้าหมายข้อ 1)
- เพิ่ม volts/div
- ตั้ง trigger level ให้อยู่ในช่วงที่สัญญาณแกว่ง เช่น 1.65 V
- เปลี่ยนเป็น AC coupling
- เปลี่ยนโพรบเป็น 1×
ดูเฉลย
คำตอบ: B. ตั้ง trigger level ให้อยู่ในช่วงที่สัญญาณแกว่ง เช่น 1.65 V
สัญญาณไม่เคยข้าม 5 V เงื่อนไข trigger จึงไม่เคยเป็นจริง ในโหมด Auto เครื่องวาดภาพไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดเริ่มร่วมกัน ภาพจึงวิ่ง ตั้ง level กลางช่วงสัญญาณแล้วภาพจะนิ่ง
-
ทำไมห้ามหนีบปากคีบกราวด์ของโพรบออสซิลโลสโคปตั้งโต๊ะไว้ที่ขา 3V3 ของบอร์ดที่เสียบ USB กับคอมพิวเตอร์ (เป้าหมายข้อ 2)
- เพราะจะอ่านค่าติดลบ
- เพราะปากคีบกราวด์ต่อลงดินผ่านปลั๊กไฟ และกราวด์ของบอร์ดก็มักต่อลงดินผ่านคอมพิวเตอร์ จึงเท่ากับลัดวงจร 3V3 ลงกราวด์
- เพราะโพรบ 10× รับแรงดัน 3.3 V ไม่ได้
- ไม่มีปัญหา ถ้าตั้ง AC coupling
ดูเฉลย
คำตอบ: B. เพราะปากคีบกราวด์ต่อลงดินผ่านปลั๊กไฟ และกราวด์ของบอร์ดก็มักต่อลงดินผ่านคอมพิวเตอร์ จึงเท่ากับลัดวงจร 3V3 ลงกราวด์
ปากคีบกราวด์ไม่ได้ลอย มันต่อกับสายดินของเครื่อง ถ้ากราวด์ของบอร์ดต่อลงดินด้วย ปากคีบที่ขา 3V3 คือสายลัดวงจร ต้องหนีบที่กราวด์ของวงจรเท่านั้น
-
วัดขอบสัญญาณเร็วด้วยสายกราวด์ยาว 15 cm แล้วเห็นการสั่นราว 100 MHz ที่ขอบ สาเหตุที่น่าจะเป็นที่สุดคืออะไร (เป้าหมายข้อ 2)
- บอร์ดมีสัญญาณรบกวนความถี่วิทยุ
- ความเหนี่ยวนำของลูปสายกราวด์ร่วมกับความจุของโพรบเกิดเรโซแนนซ์ ซึ่งเป็นผลจากวิธีวัด
- โพรบชำรุด
- timebase ตั้งเร็วเกินไป
ดูเฉลย
คำตอบ: B. ความเหนี่ยวนำของลูปสายกราวด์ร่วมกับความจุของโพรบเกิดเรโซแนนซ์ ซึ่งเป็นผลจากวิธีวัด
สายกราวด์ 15 cm มีความเหนี่ยวนำราว 150 nH กับโพรบราว 15 pF เรโซแนนซ์ราว 106 MHz ใช้สปริงกราวด์สั้นแล้ววัดซ้ำ ถ้าการสั่นหายไปก็เป็นผลจากวิธีวัด
-
ข้อใดคือข้อมูลที่ออสซิลโลสโคปให้ได้ แต่ logic analyzer ทั่วไปให้ไม่ได้ (เลือกได้มากกว่าหนึ่งข้อ) (เป้าหมายข้อ 3)
- แรงดันจริงของระดับ 1 และระดับ 0
- ขอบเกิน (overshoot) และการสั่นที่ขอบ
- ลำดับการเปลี่ยนของ 16 ขาพร้อมกันนานหลายวินาที
- ขอบขาขึ้นที่ช้าเพราะ pull-up ของ I2C ใหญ่เกินไป
ดูเฉลย
คำตอบ: A. แรงดันจริงของระดับ 1 และระดับ 0 · B. ขอบเกิน (overshoot) และการสั่นที่ขอบ · D. ขอบขาขึ้นที่ช้าเพราะ pull-up ของ I2C ใหญ่เกินไป
logic analyzer เก็บแค่ว่าสูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์ จึงไม่เห็นแรงดันจริงหรือรูปร่างของขอบ ส่วนการดูหลายขาพร้อมกันนาน ๆ เป็นจุดแข็งของ logic analyzer
อ้างอิงบทเรียนนี้
ถ้านำบทเรียนนี้ไปสอน ทำสไลด์ หรือทำเอกสารต่อ ให้อ้างอิงด้วยข้อความนี้ ถ้าดัดแปลงเนื้อหา ให้เติม (ดัดแปลง)ต่อท้ายชื่อบทเรียน
"ออสซิลโลสโคปเบื้องต้น" จาก TESA Open Knowledge โดยสมาคมสมองกลฝังตัวไทย (Thai Embedded Systems Association: TESA) https://github.com/tesaiot/tesa-qualification-program สัญญาอนุญาต CC BY-NC 4.0
ข้อความอ้างอิงภาษาอังกฤษ: "Oscilloscope basics" from TESA Open Knowledge by the Thai Embedded Systems Association (TESA), https://github.com/tesaiot/tesa-qualification-program, licensed under CC BY-NC 4.0
ลิงก์บทเรียน: https://tesaiot.github.io/tesa-qualification-program/courses/electronics-and-instruments/m05-oscilloscope/l01-scope-basics/
TESA Open Knowledge · © 2026 สมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA) · CC BY-NC 4.0
เนื้อหาเผยแพร่ภายใต้ CC BY-NC 4.0 นำไปใช้ต่อในงานที่ไม่ใช่เพื่อการค้าได้ โปรดอ้างอิงสมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA) ทุกครั้ง · วิธีอ้างอิง TESA