ข้ามไปยังเนื้อหา

บัดกรีอย่างปลอดภัย

เมื่อจบบทเรียนนี้ คุณจะ

  1. บัดกรีหัวต่อ (header) หนึ่งแถวที่ไม่มีจุดเย็นหรือสะพานตะกั่ว และตรวจด้วยมัลติมิเตอร์
  2. ระบุข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยของงานบัดกรีได้อย่างน้อยสี่ข้อ พร้อมเหตุผล
  • หัวแร้งแบบปรับอุณหภูมิได้พร้อมแท่นวาง ฟองน้ำชุบน้ำหมาด ๆ หรือฝอยทองเหลืองสำหรับเช็ดหัว ตะกั่วบัดกรีที่มีฟลักซ์ในแกน ฟลักซ์เพิ่มเติม (ถ้ามี) และลวดซับตะกั่ว (desoldering braid)
  • แผ่นฝึก (perfboard) หรือบอร์ดเซนเซอร์ราคาถูกที่ยังไม่ได้บัดกรีขา และหัวต่อตัวผู้ 1 × 8 ขา
  • แว่นตานิรภัย สายรัดข้อมือกันไฟฟ้าสถิต (ESD wrist strap) และแผ่นรองกันไฟฟ้าสถิตถ้ามี เครื่องดูดควันหรือพัดลมดูดอากาศ
  • ห้ามฝึกบัดกรีบน TESAIoT Dev Kit หรือ Eva Kit ความร้อนที่ผิดจังหวะทำให้แผ่นทองแดงหลุดหรือชิปเสียได้ ฝึกบนแผ่นฝึกจนมั่นใจก่อน

ความปลอดภัย ปลายหัวแร้งร้อนราวสามร้อยกว่าองศาเซลเซียส สัมผัสเพียงเสี้ยววินาทีก็ไหม้ วางหัวแร้งบนแท่นทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้ ถ้าหัวแร้งหล่น ห้ามคว้า ปล่อยให้ตก แล้วค่อยหยิบที่ด้ามหลังจากตั้งหลักได้ ถ้าโดนความร้อน ล้างบริเวณนั้นด้วยน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องหลายนาที

ส่องขาของหัวต่อบนบอร์ดสำเร็จรูปสักแผ่นด้วยแว่นขยาย เทียบกับจุดบัดกรีของบอร์ดที่เพื่อนเพิ่งหัดบัดกรี (หรือภาพในอินเทอร์เน็ต) จุดของโรงงานมีรูปทรงเหมือนกันทุกจุด เป็นกรวยเรียบลาดจากขาลงไปถึงแผ่นทองแดง จุดที่ไม่ดีจะเห็นเป็นก้อนกลม ผิวขรุขระ มีช่องว่างระหว่างตะกั่วกับแผ่นทองแดง หรือตะกั่วเชื่อมสองขาเข้าด้วยกัน

ข้อสังเกตนี้คือเครื่องมือตรวจชิ้นแรกของคุณ ตาที่ฝึกแล้วจะจับจุดเสียได้ก่อนมัลติมิเตอร์

  • ตะกั่วบัดกรีแบบมีสารตะกั่ว Sn63/Pb37 หลอมที่ 183 °C ตะกั่วไร้สารตะกั่วที่นิยมอย่าง SAC305 หลอมราว 217 ถึง 220 °C
  • อุณหภูมิหัวแร้งที่ใช้กันทั่วไปอยู่ราว 320 ถึง 350 °C สำหรับตะกั่วมีสารตะกั่ว และราว 350 ถึง 380 °C สำหรับตะกั่วไร้สารตะกั่ว ดูคำแนะนำของผู้ผลิตตะกั่วประกอบ ร้อนเกินไปทำให้ฟลักซ์ไหม้หมดก่อนทำงาน และแผ่นทองแดงหลุดล่อน เย็นเกินไปทำให้ต้องจ่อนานจนความร้อนลามไปทั่ว
  • ฟลักซ์ (flux) ขจัดชั้นออกไซด์บนโลหะ ทำให้ตะกั่วเปียกและไหลเกาะผิว (wetting) ได้ ตะกั่วที่ไม่มีฟลักซ์จะเป็นก้อนกลิ้งอยู่บนผิวโดยไม่ยึด

ขั้นตอนบัดกรีหนึ่งจุด

  1. เช็ดหัวแร้งให้สะอาด แล้วเคลือบตะกั่วบาง ๆ ที่ปลาย (tinning) ปลายที่เป็นเงาถ่ายความร้อนได้ดี
  2. แตะปลายหัวแร้งให้สัมผัส ทั้งขาและแผ่นทองแดงพร้อมกัน รอราวหนึ่งวินาทีให้ทั้งสองร้อน
  3. ป้อนตะกั่วที่ จุดต่อ ฝั่งตรงข้ามกับหัวแร้ง ไม่ใช่ป้อนที่ปลายหัวแร้ง ตะกั่วต้องละลายเพราะความร้อนของจุดต่อ
  4. เมื่อตะกั่วไหลรอบขาเป็นกรวย ดึงตะกั่วออกก่อน แล้วจึงดึงหัวแร้งออก ทั้งหมดราวสองถึงสามวินาที
  5. อย่าขยับชิ้นงานจนตะกั่วแข็งตัว
good: shiny, concave wets pin and pad cold / not wetted: dull ball, gap at pad bridge: solder joins two pins
ซ้าย: จุดบัดกรีที่ดีเป็นทรงกรวยเว้าเข้า เกาะทั้งขาและแผ่นทองแดง กลาง: จุดเย็นเป็นก้อนกลมไม่เกาะแผ่นทองแดง ขวา: สะพานตะกั่วเชื่อมสองขาที่ไม่ควรต่อกัน
ลักษณะ ชื่อ สาเหตุที่พบบ่อย วิธีแก้
กรวยเว้าเข้า เรียบ เกาะทั้งขาและแผ่น (ตะกั่วมีสารตะกั่วเป็นเงา ไร้สารตะกั่วผิวด้านเล็กน้อยเป็นปกติ) จุดที่ดี
ก้อนกลมด้าน ขรุขระ มีร่องระหว่างตะกั่วกับแผ่น จุดเย็น (cold joint) ให้ความร้อนแผ่นไม่พอ หรือขยับขณะตะกั่วแข็งตัว เติมฟลักซ์ แล้วให้ความร้อนใหม่ให้ถึงทั้งขาและแผ่น
ตะกั่วเชื่อมสองขา สะพานตะกั่ว (bridge) ตะกั่วมากเกินไป หรือลากหัวแร้งข้ามขา เติมฟลักซ์ แล้วใช้ลวดซับตะกั่วดูดออก
ตะกั่วน้อย มองเห็นรูรอบขา ตะกั่วไม่พอ ป้อนตะกั่วน้อยหรือถอนเร็วไป เติมตะกั่วอีกเล็กน้อย
แผ่นทองแดงยก หรือลายวงจรขาด ร้อนเกินไป จ่อหัวแร้งนานหรืออุณหภูมิสูงเกิน ซ่อมด้วยสายไฟเส้นเล็ก ฝึกให้ใช้เวลาสั้นลง

จัดแนวหัวต่อก่อน บัดกรีขาปลายหนึ่งขาก่อน ตรวจว่าหัวต่อตั้งฉากและแนบบอร์ด ถ้าเอียงให้ใช้หัวแร้งละลายจุดนั้นแล้วดันให้ตรง จากนั้นบัดกรีขาปลายอีกข้าง แล้วจึงไล่ขาที่เหลือ การเอาหัวต่อเสียบเบรดบอร์ดไว้เป็นตัวจับก็ช่วยให้ตรง แต่ระวังความร้อนทำให้พลาสติกของเบรดบอร์ดเสียรูป

ตรวจด้วยมัลติมิเตอร์ (ถอดไฟแล้วเสมอ)

  • ความต่อเนื่องจากขาถึงลายวงจร แตะขาหนึ่งข้าง และปลายอีกด้านของลายวงจรที่ขานั้นต่ออยู่ ต้องดัง ถ้าไม่ดังคือจุดเย็นหรือลายขาด
  • ขาติดกันต้องไม่ต่อกัน แตะขาคู่ที่อยู่ติดกันทีละคู่ ต้องไม่ดัง (ยกเว้นวงจรตั้งใจให้ต่อกัน ตรวจกับแผนผัง) หัวต่อ 8 ขาเรียงแถวเดียวมีคู่ติดกัน 7 คู่
ข้อปฏิบัติ เหตุผล
วางหัวแร้งบนแท่นทุกครั้ง ปิดเมื่อลุกจากโต๊ะ ปลายร้อนหลายร้อยองศา ไหม้ผิวหนัง สายไฟ และโต๊ะได้ในเสี้ยววินาที
ดูดควันออกจากจุดทำงาน อย่าก้มหน้าเข้าหาควัน เอกสารของ HSE สหราชอาณาจักรระบุว่าควันจากฟลักซ์ที่ทำจากยางสน (rosin หรือ colophony) เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของโรคหืดจากการทำงาน และคราบของมันทำให้ผิวหนังอักเสบได้
ใส่แว่นตานิรภัย ตะกั่วและฟลักซ์กระเด็นได้ และปลายขาที่ตัดทิ้งดีดเข้าตาได้
ล้างมือหลังทำงาน ไม่กินหรือดื่มที่โต๊ะบัดกรี ตะกั่วแบบมีสารตะกั่วเป็นพิษเมื่อเข้าปาก
ใช้สายรัดข้อมือกันไฟฟ้าสถิต จับบอร์ดที่ขอบ ชิปเสียหายได้จากไฟฟ้าสถิตที่คนไม่รู้สึกด้วยซ้ำ
ถอดไฟและถอดแบตเตอรี่ก่อนบัดกรีบอร์ดใด ๆ ห้ามบัดกรีบนเซลล์ลิเทียมโดยตรง ความร้อนทำให้เซลล์เสียหาย บวม หรือติดไฟ ใช้รางถ่านหรือเซลล์ที่มีแถบเชื่อมจากโรงงาน
โต๊ะสะอาด ไม่มีกระดาษหรือของไวไฟใกล้จุดทำงาน ป้องกันไฟไหม้จากหัวแร้งหรือเศษตะกั่วร้อน

ไฟฟ้าสถิตตัวเลขเล็ก ผลใหญ่ แบบจำลองร่างกายคน (human body model) ที่ใช้ทดสอบชิปคือตัวเก็บประจุ 100 pF คายประจุผ่าน 1.5 kΩ

ที่ 2,000 V: พลังงาน = ½ × C × V² = ½ × 100 pF × (2000 V)² = 0.2 mJ
กระแสสูงสุด ≈ 2000 V / 1.5 kΩ = 1.33 A

พลังงานน้อยมากจนคนมักไม่รู้สึก แต่กระแสระดับแอมแปร์ที่วิ่งผ่านโครงสร้างขนาดจิ๋วในชิปเพียงเสี้ยวไมโครวินาทีก็ทำให้ขาเสื่อมหรือพังได้ ความเสียหายบางครั้งไม่ทำให้ชิปตายทันที แต่ทำให้ทำงานแปลก ๆ ในภายหลัง ซึ่งหาสาเหตุยากที่สุด

ทำไมสายรัดข้อมือมีตัวต้านทาน 1 MΩ ให้ประจุไหลลงดินช้า ๆ อย่างปลอดภัย และถ้ามือไปแตะจุดที่มีไฟ ตัวต้านทานจำกัดกระแสผ่านร่างกาย เช่น แตะไฟ 230 V กระแสจะไม่เกิน 230 V / 1 MΩ = 0.23 mA ห้ามต่อสายรัดข้อมือลงกราวด์โดยตรงโดยไม่มีตัวต้านทานนี้

โจทย์ บัดกรีหัวต่อตัวผู้ 1 × 8 ขาลงบนบอร์ดเซนเซอร์ แล้วตรวจให้พร้อมใช้งาน

  1. เตรียมพื้นที่ เปิดเครื่องดูดควัน ใส่แว่นและสายรัดข้อมือ ตั้งหัวแร้ง 330 °C (ตะกั่วมีสารตะกั่ว) หรือ 360 °C (ไร้สารตะกั่ว) รอจนถึงอุณหภูมิ เช็ดและเคลือบปลายหัวแร้ง
  2. จัดแนว เสียบหัวต่อลงบอร์ดโดยด้านยาวของขาอยู่ด้านล่าง ยึดด้วยเทปหรือตัวจับชิ้นงาน
  3. ขาแรก บัดกรีขา 1 ตรวจแนว ถ้าเอียงให้ละลายแล้วดันให้ตรง แล้วบัดกรีขา 8
  4. ขาที่เหลือ ไล่ขา 2 ถึง 7 ใช้เวลาจุดละสองถึงสามวินาที เช็ดหัวแร้งทุกสองสามจุด
  5. ตรวจด้วยตา ส่องทุกจุดด้วยแว่นขยายหรือกล้องมือถือ ทำเครื่องหมายจุดที่สงสัย
  6. ตรวจด้วยมัลติมิเตอร์ ขาทุกขาต่อกับลายวงจรปลายทาง (8 ครั้ง) คู่ขาติดกันต้องไม่ต่อกัน (7 ครั้ง) ยกเว้นคู่ที่แผนผังของบอร์ดบอกว่าต่อกัน เช่น ขา GND สองขา
  7. แก้ จุดที่ไม่ผ่าน เติมฟลักซ์ ให้ความร้อนใหม่ หรือซับตะกั่วออก แล้วตรวจซ้ำเฉพาะจุดนั้นและเพื่อนบ้านของมัน
  8. ปิดงาน ปิดหัวแร้ง วางบนแท่นจนเย็น ทำความสะอาดคราบฟลักซ์ถ้าผู้ผลิตแนะนำ ล้างมือ
  1. จับคู่ลักษณะกับชื่อ (ก) ก้อนกลมด้าน มีร่องรอบแผ่น (ข) ตะกั่วเชื่อมขา 3 กับขา 4 (ค) แผ่นทองแดงยกขึ้นจากบอร์ด (ง) กรวยเว้าเรียบเกาะทั้งขาและแผ่น
  2. ทำไมต้องป้อนตะกั่วที่จุดต่อ ไม่ใช่ที่ปลายหัวแร้ง
  3. หัวต่อ 1 × 10 ขา มีคู่ขาติดกันกี่คู่ที่ต้องตรวจว่าไม่ต่อกัน
  4. คำนวณพลังงานและกระแสสูงสุดตามแบบจำลองร่างกายคน (100 pF, 1.5 kΩ) ที่ 3,000 V
  5. สายรัดข้อมือมีตัวต้านทาน 1 MΩ ถ้ามือแตะจุดที่มีไฟ 50 V จะมีกระแสผ่านร่างกายไม่เกินเท่าไร
  6. บอกข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยสี่ข้อพร้อมเหตุผล โดยไม่ดูตารางในหัวข้อ 3
  1. (ก) จุดเย็น (ข) สะพานตะกั่ว (ค) ร้อนเกินไปจนแผ่นหลุด (ง) จุดที่ดี
  2. ตะกั่วต้องละลายด้วยความร้อนของขาและแผ่นทองแดง แปลว่าจุดต่อร้อนพอให้ตะกั่วเปียกผิวและยึดติด ถ้าป้อนที่ปลายหัวแร้ง ตะกั่วจะละลายแล้วหยดลงบนผิวที่ยังเย็น กลายเป็นจุดเย็น และฟลักซ์ระเหยหมดก่อนถึงจุดต่อ
  3. 9 คู่
  4. พลังงาน = ½ × 100 pF × (3000 V)² = 0.45 mJ กระแสสูงสุด = 3000 V / 1.5 kΩ = 2 A
  5. 50 V / 1 MΩ = 50 µA
  6. เช่น วางหัวแร้งบนแท่นเพราะร้อนหลายร้อยองศา ดูดควันเพราะควันฟลักซ์ระคายเคืองทางเดินหายใจ ใส่แว่นเพราะตะกั่วและเศษขากระเด็น ใช้สายรัดข้อมือกันไฟฟ้าสถิตเพราะชิปเสียจากไฟฟ้าสถิตที่คนไม่รู้สึก ล้างมือเพราะตะกั่วเป็นพิษ (ตอบข้อใดก็ได้ในตาราง ครบสี่ข้อพร้อมเหตุผล)

ตอบคำถามใน quiz.yaml ให้ถูกอย่างน้อย 4 ใน 5 ข้อ

ก่อนเปิดหัวแร้ง ตรวจรายการนี้ให้ครบทุกข้อ

  • เครื่องดูดควันหรือพัดลมดูดอากาศทำงาน และหันควันออกจากหน้า
  • สวมแว่นตานิรภัยและสายรัดข้อมือที่ต่อลงจุดกราวด์ของโต๊ะ
  • แท่นวางหัวแร้งมั่นคง ฟองน้ำหมาดหรือฝอยทองเหลืองพร้อม
  • บนโต๊ะไม่มีของไวไฟ อาหาร หรือเครื่องดื่ม
  • ชิ้นงานคือแผ่นฝึกหรือบอร์ดเซนเซอร์ ไม่ใช่บอร์ดพัฒนาหลัก

ขั้นตอน

  1. ฝึกบนแผ่นฝึกก่อน บัดกรีขาตัวต้านทานหรือลวดสั้น ๆ ลงแผ่นทองแดงอย่างน้อย 10 จุด จนจุดสุดท้ายหน้าตาเหมือนภาพจุดที่ดี
  2. บัดกรีหัวต่อ 1 × 8 ขาตามตัวอย่างสมบูรณ์
  3. ถ่ายภาพระยะใกล้ทุกจุด ให้คะแนนตัวเองด้วยตาราง แล้วตรวจด้วยมัลติมิเตอร์
  4. ฝึกแก้ บนแผ่นฝึก ตั้งใจทำสะพานตะกั่วหนึ่งจุดระหว่างสองจุดที่ติดกัน วัดยืนยันว่าต่อกัน แล้วใช้ฟลักซ์กับลวดซับตะกั่วแก้ วัดยืนยันว่าแยกกันแล้ว
ขา ตาดู (ดี / เย็น / สะพาน / น้อย) ขาถึงลายวงจร (ดัง / ไม่ดัง) กับขาถัดไป (ต้องไม่ดัง)
1 1–2:
2 2–3:
… …
8 ไม่มี

บัดกรีเป็นแล้ว ต่อไปต้องรู้ว่าจะต่ออะไรเข้ากับอะไร บทเรียนถัดไป อ่านแผนผังวงจร จะฝึกตามสัญญาณจากขาของไมโครคอนโทรลเลอร์ไปถึงชิ้นส่วนบนแผนผังจริงของบอร์ด

จุดบัดกรีจุดไหนของคุณที่ตาบอกว่าดี แต่มัลติมิเตอร์บอกว่าไม่ผ่าน (หรือกลับกัน) คุณเรียนรู้อะไรจากความไม่ตรงกันนั้น

คำถามทบทวน

ลองตอบเองก่อน แล้วค่อยเปิดดูเฉลย

  1. จุดบัดกรีที่ดีของขาหัวต่อบนแผ่นทองแดงมีลักษณะอย่างไร (เป้าหมายข้อ 1)

    1. ก้อนกลมใหญ่ครอบขา ยิ่งตะกั่วมากยิ่งแข็งแรง
    2. กรวยเว้าเข้าเรียบ ตะกั่วเกาะทั้งขาและแผ่นทองแดงโดยไม่มีร่อง
    3. ผิวขรุขระด้านและมีร่องรอบแผ่นทองแดง
    4. ตะกั่วเชื่อมไปถึงขาข้าง ๆ เพื่อให้แน่นหนา
    ดูเฉลย

    คำตอบ: B. กรวยเว้าเข้าเรียบ ตะกั่วเกาะทั้งขาและแผ่นทองแดงโดยไม่มีร่อง

    รูปกรวยเว้าแสดงว่าตะกั่วเปียกผิว (wetting) ทั้งขาและแผ่น ก้อนกลมที่มีร่องคือจุดเย็น ส่วนตะกั่วที่เชื่อมถึงขาข้าง ๆ คือสะพานตะกั่ว

  2. หลังบัดกรีหัวต่อหนึ่งแถว จะตรวจหาสะพานตะกั่วด้วยมัลติมิเตอร์อย่างไร (เป้าหมายข้อ 1)

    1. เปิดไฟแล้ววัดแรงดันทุกขา
    2. ถอดไฟ ใช้โหมดความต่อเนื่องวัดคู่ขาที่ติดกันทีละคู่ ต้องไม่ดัง ยกเว้นคู่ที่แผนผังบอกว่าต่อกัน
    3. วัดกระแสผ่านแต่ละขา
    4. วัดความต่อเนื่องจากขาไปลายวงจร ถ้าดังแปลว่ามีสะพาน
    ดูเฉลย

    คำตอบ: B. ถอดไฟ ใช้โหมดความต่อเนื่องวัดคู่ขาที่ติดกันทีละคู่ ต้องไม่ดัง ยกเว้นคู่ที่แผนผังบอกว่าต่อกัน

    สะพานคือการต่อกันของขาที่ไม่ควรต่อ จึงต้องวัดระหว่างขาติดกัน ส่วนการวัดจากขาไปลายวงจรใช้หาจุดเย็นหรือลายขาด (ต้องดัง)

  3. จุดหนึ่งเป็นก้อนกลมด้าน มีร่องรอบแผ่นทองแดง และมิเตอร์บอกว่าขาไม่ต่อกับลายวงจร ควรแก้อย่างไร (เป้าหมายข้อ 1)

    1. เติมตะกั่วก้อนใหญ่ทับลงไป
    2. เติมฟลักซ์ แล้วให้ความร้อนใหม่ให้ถึงทั้งขาและแผ่นทองแดงจนตะกั่วไหลเป็นกรวย
    3. เพิ่มอุณหภูมิหัวแร้งเป็น 500 °C
    4. ใช้กาวยึดขาแทน
    ดูเฉลย

    คำตอบ: B. เติมฟลักซ์ แล้วให้ความร้อนใหม่ให้ถึงทั้งขาและแผ่นทองแดงจนตะกั่วไหลเป็นกรวย

    นี่คือจุดเย็น ตะกั่วไม่ได้เปียกแผ่นทองแดง ฟลักซ์ขจัดออกไซด์และความร้อนที่ถึงทั้งสองผิวทำให้ตะกั่วไหลเกาะ อุณหภูมิสูงเกินทำให้แผ่นหลุดและฟลักซ์ไหม้

  4. ข้อใดเป็นข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ถูกต้องในงานบัดกรี (เลือกได้มากกว่าหนึ่งข้อ) (เป้าหมายข้อ 2)

    1. ดูดควันออกจากจุดทำงาน และไม่ก้มหน้าเข้าหาควัน
    2. ใส่สายรัดข้อมือกันไฟฟ้าสถิตและจับบอร์ดที่ขอบ
    3. กินขนมที่โต๊ะบัดกรีได้ ถ้าใช้ตะกั่วไร้สารตะกั่ว
    4. ใส่แว่นตานิรภัย
    5. ถ้าหัวแร้งหล่น ให้รีบคว้าไว้ก่อนตกพื้น
    ดูเฉลย

    คำตอบ: A. ดูดควันออกจากจุดทำงาน และไม่ก้มหน้าเข้าหาควัน · B. ใส่สายรัดข้อมือกันไฟฟ้าสถิตและจับบอร์ดที่ขอบ · D. ใส่แว่นตานิรภัย

    ควันฟลักซ์เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของโรคหืดจากการทำงาน ไฟฟ้าสถิตทำลายชิปได้โดยไม่รู้สึก และตะกั่วกับเศษขากระเด็นเข้าตาได้ ไม่ควรกินหรือดื่มที่โต๊ะบัดกรีเลย และห้ามคว้าหัวแร้งที่หล่นเพราะอาจจับโดนปลายที่ร้อน

  5. ทำไมสายรัดข้อมือกันไฟฟ้าสถิตต้องมีตัวต้านทานราว 1 MΩ คั่นก่อนลงกราวด์ (เป้าหมายข้อ 2)

    1. เพื่อให้ประจุไหลออกเร็วที่สุด
    2. เพื่อให้ประจุไหลลงดินอย่างปลอดภัย และจำกัดกระแสผ่านร่างกายถ้ามือไปแตะจุดที่มีไฟ
    3. เพื่อวัดความชื้นของผิว
    4. ไม่จำเป็น ต่อลงกราวด์ตรง ๆ ได้ดีกว่า
    ดูเฉลย

    คำตอบ: B. เพื่อให้ประจุไหลลงดินอย่างปลอดภัย และจำกัดกระแสผ่านร่างกายถ้ามือไปแตะจุดที่มีไฟ

    ถ้ามือแตะไฟ 230 V ตัวต้านทาน 1 MΩ จำกัดกระแสไว้ไม่เกินราว 0.23 mA การต่อตรงลงกราวด์ทำให้ร่างกายกลายเป็นทางไหลของกระแสเต็มที่

อ้างอิงบทเรียนนี้

ถ้านำบทเรียนนี้ไปสอน ทำสไลด์ หรือทำเอกสารต่อ ให้อ้างอิงด้วยข้อความนี้ ถ้าดัดแปลงเนื้อหา ให้เติม (ดัดแปลง)ต่อท้ายชื่อบทเรียน

"บัดกรีอย่างปลอดภัย" จาก TESA Open Knowledge โดยสมาคมสมองกลฝังตัวไทย (Thai Embedded Systems Association: TESA) https://github.com/tesaiot/tesa-qualification-program สัญญาอนุญาต CC BY-NC 4.0

ข้อความอ้างอิงภาษาอังกฤษ: "Soldering safely" from TESA Open Knowledge by the Thai Embedded Systems Association (TESA), https://github.com/tesaiot/tesa-qualification-program, licensed under CC BY-NC 4.0

ลิงก์บทเรียน: https://tesaiot.github.io/tesa-qualification-program/courses/electronics-and-instruments/m06-build-and-read/l02-soldering-safely/

วิธีอ้างอิง TESA ฉบับเต็ม

TESA Open Knowledge · © 2026 สมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA) · CC BY-NC 4.0

เนื้อหาเผยแพร่ภายใต้ CC BY-NC 4.0 นำไปใช้ต่อในงานที่ไม่ใช่เพื่อการค้าได้ โปรดอ้างอิงสมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA) ทุกครั้ง · วิธีอ้างอิง TESA