ต่อวงจรบนเบรดบอร์ด
เป้าหมาย
หัวข้อที่มีชื่อว่า “เป้าหมาย”เมื่อจบบทเรียนนี้ คุณจะ
- ระบุแถวและรางไฟที่เชื่อมกันบนเบรดบอร์ดได้ถูกต้อง
- ต่อวงจรตามแผนผังโดยใช้สีสายตามแบบแผน และตรวจด้วยมัลติมิเตอร์ก่อนจ่ายไฟ
ก่อนเริ่ม
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ก่อนเริ่ม”- ใช้โหมดความต่อเนื่องและโหมดไดโอดของมัลติมิเตอร์ได้ (บทเรียน วัดแรงดันและความต่อเนื่อง)
- สำหรับแล็บ: เบรดบอร์ด สายจัมเปอร์หลายสี (แดง ดำ และสีอื่นอย่างน้อยสองสี) LED สีแดงสามดวง ตัวต้านทาน 1 kΩ สี่ตัว 10 kΩ หนึ่งตัว ปุ่มกดหนึ่งตัว และ TESAIoT Dev Kit ที่ flash ตัวอย่าง QWA309 Header I/O Test ไว้
- ถ้าใช้ Eva Kit ต่อวงจรเดียวกันเข้าขาว่างของบอร์ด แล้วเขียนโปรแกรมสั้น ๆ กะพริบ LED และอ่านปุ่มเอง
ดูของจริงก่อน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ดูของจริงก่อน”พลิกเบรดบอร์ดดูด้านหลัง ถ้าลอกแผ่นกาวได้โดยไม่เสียหาย (หรือดูภาพจากผู้ผลิต) จะเห็นแถบโลหะเรียงอยู่ใต้รู แถบสั้นจำนวนมากอยู่ตรงกลาง และแถบยาวสองสามเส้นอยู่ริมบนและริมล่าง
ก่อนอ่านต่อ ลองทายว่ารูคู่ไหนต่อถึงกัน แล้วพิสูจน์ด้วยโหมดความต่อเนื่องของมัลติมิเตอร์ (เสียบสายจัมเปอร์สั้น ๆ สองเส้นลงในรูที่อยากทดสอบ แล้วแตะสายวัดที่ปลายสายจัมเปอร์) ถ้าคุณทายผิดสักคู่ ดีมาก เพราะนั่นคือความผิดพลาดที่คุณจะไม่ทำตอนต่อวงจรจริง
1. ข้างในเบรดบอร์ด
หัวข้อที่มีชื่อว่า “1. ข้างในเบรดบอร์ด”- กลุ่มห้ารู ตรงกลางเบรดบอร์ด รูห้ารูที่อยู่แนวเดียวกัน (a ถึง e) ต่อกันเป็นจุดเดียว (node เดียว) f ถึง j เป็นอีกจุดหนึ่ง ป้ายชื่อบนเบรดบอร์ดแต่ละยี่ห้อเรียก “แถว” หรือ “คอลัมน์” ต่างกัน ให้จำจากหลัก “ห้ารูในแนวเดียวกันที่ไม่ข้ามร่องกลาง” แทนชื่อ
- ร่องกลาง (centre channel) แยกสองฝั่งออกจากกัน ความกว้างพอดีกับชิปแบบสองแถวขา (DIP) ให้ขาแต่ละขาอยู่คนละจุด
- รางไฟ (power rails) แถบยาวริมขอบ มักมีเส้นสีแดง (+) และน้ำเงิน (−) กำกับ ใช้กระจายไฟเลี้ยงและกราวด์ เบรดบอร์ดยาวบางรุ่นรางไฟขาดครึ่งกลาง ต้องตรวจด้วยโหมดความต่อเนื่องก่อนใช้ทุกแผ่น
- ระยะห่างระหว่างรู 2.54 mm (0.1 นิ้ว) เท่ากับขาของ header ทั่วไป
ความผิดพลาดคลาสสิก เสียบตัวต้านทานโดยขาทั้งสองอยู่ในกลุ่มห้ารูเดียวกัน ตัวต้านทานถูกลัดทิ้ง วงจรทำงานเหมือนไม่มีมัน LED ที่เสียบแบบนี้ก็จะไม่ติดเลย เพราะไม่มีแรงดันคร่อม
2. สีสายและการจัดวาง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “2. สีสายและการจัดวาง”สีสายไม่มีผลทางไฟฟ้า แต่มีผลมากกับการตรวจ แบบแผนที่ใช้กันทั่วไป
| สี | ใช้กับ |
|---|---|
| แดง | ไฟเลี้ยงบวก (ถ้ามีหลายแรงดัน ให้แยกสี เช่น แดง = 5 V ส้ม = 3.3 V และเขียนป้ายกำกับไว้) |
| ดำ (หรือน้ำเงิน) | กราวด์ |
| สีอื่น | สัญญาณ แยกสีตามหน้าที่ เช่น เหลือง = ขาออกไป LED เขียว = ขาเข้าจากปุ่ม |
หลักการจัดวางที่ทำให้ตรวจง่าย
- ต่อตามแผนผังทีละส่วน (ทีละ net) ต่อเสร็จหนึ่ง net ขีดเส้นทับบนแผนผังที่พิมพ์ไว้หนึ่งเส้น
- สายสั้น แนบกับเบรดบอร์ด ไม่โค้งข้ามชิ้นส่วน ขาชิ้นส่วนตัดให้สั้นพอดี
- วางชิ้นส่วนตามทิศทางของแผนผัง (ไฟเข้าด้านบน กราวด์ด้านล่าง สัญญาณไหลจากซ้ายไปขวา) คนตรวจจะเทียบภาพได้เร็ว
- ถ้ามีชิป ใส่ตัวเก็บประจุ 100 nF คร่อมรางไฟชิดขาไฟของชิปแต่ละตัว (เหตุผลอยู่ในบทเรียน ชิ้นส่วนพื้นฐาน)
ข้อจำกัดของเบรดบอร์ด แถบโลหะที่วางขนานกันมีความจุระหว่างกันราวไม่กี่ pF และหน้าสัมผัสมีความต้านทานกับความเหนี่ยวนำ ผลคือเบรดบอร์ดไม่เหมาะกับสัญญาณเร็วระดับหลาย MHz จุดที่มีความต้านทานสูง และกระแสสูง
ความจุแฝง 5 pF กับแหล่งสัญญาณความต้านทาน 100 kΩf_c = 1 / (2π × R × C) = 1 / (2π × 100 kΩ × 5 pF) ≈ 318 kHzสัญญาณที่เร็วกว่าราวนี้จะถูกกรองจนขอบมน ถ้าความต้านทานเป็น 1 MΩ ความถี่นี้ลดลงเหลือราว 32 kHz หน้าสัมผัสที่ใช้มานานจะหลวม เป็นต้นเหตุของวงจร “ทำงานบ้างไม่ทำงานบ้าง” ที่หาสาเหตุยาก
3. ตรวจก่อนจ่ายไฟ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “3. ตรวจก่อนจ่ายไฟ”ตรวจตามลำดับนี้ทุกครั้ง ขณะที่เบรดบอร์ดยังไม่ต่อกับบอร์ดหรือแหล่งจ่าย
- ตรวจด้วยตา ไล่ทีละ net เทียบกับแผนผัง ขั้วของ LED และตัวเก็บประจุมีขั้ว ไม่มีขาชิ้นส่วนสองขาอยู่ในกลุ่มเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
- รางไฟกับกราวด์ต้องไม่ต่อกัน โหมดความต่อเนื่องระหว่างราง + กับราง − ต้อง ไม่ดัง
- ความต้านทานระหว่างรางต้องสมเหตุสมผล คำนวณไว้ก่อนว่าวงจรควรมีความต้านทานเท่าไรระหว่างราง แล้ววัดเทียบ
- ทดสอบ LED ด้วยโหมดไดโอด แตะสายแดงที่ขาแอโนดและสายดำที่แคโทด ควรอ่านได้ราวแรงดัน V_f และบางดวงจะติดสลัว ๆ
- ต่อไฟตามลำดับ GND ก่อน แล้วไฟเลี้ยง แล้วสายสัญญาณ ถ้ามีแหล่งจ่ายที่จำกัดกระแสได้ ตั้งขีดจำกัดต่ำไว้ก่อน (เช่น 50 mA) ถ้าผิดจะได้ไม่มีอะไรไหม้
ตัวอย่างสมบูรณ์
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ตัวอย่างสมบูรณ์”โจทย์ ต่อ LED สามดวงเข้าขา P13.3, P13.4, P13.5 และปุ่มแบบ active-low เข้าขา P13.0 ของ TESAIoT Dev Kit แล้วใช้ปุ่ม GPIO Out และ GPIO In ของโปรแกรมทดสอบ header ทดสอบ
แผนผัง (เขียนเป็นรายการ net)
| net | ต่อกับ |
|---|---|
| GND | ขา GND ของ header, ราง − , แคโทดของ LED1 ถึง LED3, ขาหนึ่งของปุ่ม |
| 3V3 | ขา 3V3 ของ header, ราง + , ปลายหนึ่งของ R_pu 10 kΩ |
| LED1 | P13.3 → 1 kΩ → แอโนดของ LED1 (เช่นเดียวกัน LED2 ที่ P13.4 และ LED3 ที่ P13.5) |
| BTN_N | ปลายอีกข้างของ R_pu, ขาอีกข้างของปุ่ม, และ 1 kΩ ไปยัง P13.0 |
รายการสาย
| จาก | ไป | สี |
|---|---|---|
| GND ของ header | ราง − | ดำ |
| 3V3 ของ header | ราง + | แดง |
| P13.3, P13.4, P13.5 | ตัวต้านทาน 1 kΩ ของแต่ละดวง | เหลือง |
| P13.0 | ตัวต้านทาน 1 kΩ ที่ต่อกับ BTN_N | เขียว |
คำนวณก่อนต่อ
กระแส LED แต่ละดวงเมื่อขาเป็น 1 (V_f ≈ 1.8 ถึง 2.0 V): (3.3 − 2.0) / 1 kΩ ≈ 1.3 mA ถึง (3.3 − 1.8) / 1 kΩ = 1.5 mAความต้านทานระหว่างราง + กับราง − ตอนไม่ต่อกับบอร์ด: ปล่อยปุ่ม → ไม่มีทางเดินกระแส อ่านได้ OL (เปิดวงจร) กดปุ่ม → ผ่าน R_pu ลงกราวด์ อ่านได้ 10 kΩตรวจ ราง + กับ − ไม่ดัง อ่านได้ OL และได้ 10 kΩ เมื่อกดปุ่ม LED ทุกดวงผ่านโหมดไดโอด แล้วจึงต่อเข้ากับบอร์ดตามลำดับ GND, 3V3, สายสัญญาณ
ทดสอบ กด GPIO Out ไฟสามดวงควรติดไล่กันตามลำดับขาทุกราว 0.7 s กด GPIO In แล้วกดปุ่ม บิต 0 ของ mask ต้องเปลี่ยนตามปุ่ม ตัวต้านทาน 1 kΩ ระหว่าง BTN_N กับ P13.0 ป้องกันขาไว้ ระหว่างที่ GPIO Out ขับ P13.0 เป็นขาออก ถ้ามีคนกดปุ่ม กระแสจะไม่เกิน 3.3 mA
ฝึกเติม
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ฝึกเติม”- บนเบรดบอร์ดในภาพ รู a12 กับ e12 ต่อกันไหม e12 กับ f12 ล่ะ a12 กับ a13 ล่ะ
- เสียบตัวต้านทานขาหนึ่งที่ b15 อีกขาที่ d15 จะเกิดอะไรขึ้น
- ความจุแฝง 5 pF กับแหล่งสัญญาณ 10 kΩ ความถี่ที่เริ่มถูกกรองคือเท่าไร
- บนเบรดบอร์ดมีทั้งไฟ 5 V และ 3.3 V ควรจัดสีสายและป้ายอย่างไร
- ก่อนเสียบไฟ วัดความต้านทานระหว่างราง + กับราง − ได้ 0.4 Ω ควรทำอะไรต่อ
- ในตัวอย่างสมบูรณ์ ถ้าลืมใส่ R_pu 10 kΩ ความต้านทานระหว่างรางเมื่อกดปุ่มจะอ่านได้เท่าไร และปุ่มจะทำงานในโหมด GPIO In ได้ไหม
- a12 กับ e12 ต่อกัน (กลุ่มห้ารูเดียวกัน) e12 กับ f12 ไม่ต่อ (ร่องกลางคั่น) a12 กับ a13 ไม่ต่อ (คนละกลุ่ม)
- ขาทั้งสองอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ตัวต้านทานถูกลัดทิ้ง ไม่มีผลกับวงจร
- f_c = 1 / (2π × 10 kΩ × 5 pF) ≈ 3.18 MHz
- ใช้สีต่างกันสำหรับแต่ละแรงดัน เช่น แดง = 5 V ส้ม = 3.3 V แยกรางคนละฝั่ง และเขียนป้ายกำกับที่รางด้วย อย่าให้คนอื่นต้องเดา
- ห้ามเสียบไฟ ค่าใกล้ 0 Ω คือการลัดวงจร หาสายหรือขาชิ้นส่วนที่ต่อราง + กับ − ถึงกัน โดยถอดชิ้นส่วนทีละชิ้นแล้ววัดซ้ำ
- อ่านได้ OL ทั้งตอนกดและปล่อย เพราะไม่มีทางจากราง + ลงกราวด์ ปุ่มยังดึงขาลงเป็น 0 ได้ตอนกด แต่ตอนปล่อยขาจะลอย (GPIO In ตั้งขาแบบไม่มี pull) ค่าจึงเชื่อถือไม่ได้
เช็กความเข้าใจ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “เช็กความเข้าใจ”ตอบคำถามใน quiz.yaml ให้ถูกอย่างน้อย 4 ใน 5 ข้อ
- สำรวจเบรดบอร์ดของคุณ ใช้โหมดความต่อเนื่องตรวจว่ารางไฟต่อตลอดแนวหรือขาดครึ่งกลาง และสุ่มตรวจกลุ่มห้ารูสองสามกลุ่ม จดผล
- วาดแผนผัง ของตัวอย่างสมบูรณ์ลงกระดาษด้วยสัญลักษณ์ (ดูสัญลักษณ์ในบทเรียน อ่านแผนผังวงจร ถ้ายังไม่คุ้น) พิมพ์หรือถ่ายรูปเก็บไว้ข้างตัว
- ต่อทีละ net ตามรายการสาย ขีดทับ net บนแผนผังทุกครั้งที่ต่อเสร็จ
- ตรวจก่อนจ่ายไฟ ทำครบห้าข้อในหัวข้อ 3 จดค่าความต้านทานระหว่างรางตอนปล่อยและตอนกดปุ่ม
- จ่ายไฟ ต่อ GND แล้ว 3V3 แล้วสายสัญญาณ วัดแรงดันราง + เทียบราง − ด้วยมัลติมิเตอร์
- ทดสอบการทำงาน GPIO Out ไฟไล่ถูกลำดับไหม GPIO In บิต 0 ตามปุ่มไหม
- ให้เพื่อนตรวจ ส่งเบรดบอร์ดกับแผนผังให้เพื่อนตรวจโดยคุณไม่อธิบาย จับเวลาว่าเพื่อนใช้กี่นาทีจึงยืนยันได้ว่าต่อถูกทุก net เวลานี้คือคะแนนความเรียบร้อยของงานคุณ
| รายการตรวจ | ผล |
|---|---|
| รางไฟขาดครึ่งกลางหรือไม่ | |
| ราง + กับ − (ปล่อยปุ่ม) | ควรเป็น OL |
| ราง + กับ − (กดปุ่ม) | ควรราว 10 kΩ |
| LED ทุกดวงผ่านโหมดไดโอด | |
| แรงดันราง + หลังจ่ายไฟ | |
| GPIO Out ไฟไล่ถูกลำดับ | |
| GPIO In บิต 0 ตามปุ่ม | |
| เวลาที่เพื่อนใช้ตรวจ |
เบรดบอร์ดเหมาะกับการทดลอง แต่วงจรที่ต้องทนการใช้งานจริงต้องบัดกรี บทเรียนถัดไป บัดกรีอย่างปลอดภัย จะฝึกบัดกรีหัวต่อหนึ่งแถวให้ผ่านการตรวจด้วยตาและมัลติมิเตอร์
สะท้อนคิด
หัวข้อที่มีชื่อว่า “สะท้อนคิด”ครั้งล่าสุดที่วงจรบนเบรดบอร์ดของคุณไม่ทำงาน สาเหตุคืออะไร ถ้าใช้ขั้นตอนตรวจก่อนจ่ายไฟในบทนี้ คุณจะเจอมันเร็วขึ้นแค่ไหน
แหล่งอ้างอิง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “แหล่งอ้างอิง”คำถามทบทวน
ลองตอบเองก่อน แล้วค่อยเปิดดูเฉลย
-
บนเบรดบอร์ดมาตรฐาน รู a10 กับ e10 (ฝั่งเดียวกันของร่องกลาง แนวเดียวกัน) ต่อถึงกันหรือไม่ (เป้าหมายข้อ 1)
- ต่อกัน เป็นกลุ่มห้ารูเดียวกัน
- ไม่ต่อกัน
- ต่อกันเฉพาะเบรดบอร์ดยาว
- ต่อกันผ่านรางไฟ
ดูเฉลย
คำตอบ: A. ต่อกัน เป็นกลุ่มห้ารูเดียวกัน
รู a ถึง e ในแนวเดียวกันอยู่บนแถบโลหะแถบเดียว จึงเป็นจุดเดียวกันทางไฟฟ้า
-
รู e10 กับ f10 ต่อถึงกันหรือไม่ (เป้าหมายข้อ 1)
- ต่อกัน เพราะอยู่แนวเดียวกัน
- ไม่ต่อกัน เพราะร่องกลางแยกสองฝั่งออกจากกัน
- ต่อกันเมื่อเสียบชิปคร่อมร่อง
- ขึ้นกับสีของเส้นบนรางไฟ
ดูเฉลย
คำตอบ: B. ไม่ต่อกัน เพราะร่องกลางแยกสองฝั่งออกจากกัน
ร่องกลางออกแบบให้ขาสองแถวของชิป DIP อยู่คนละจุดกัน f ถึง j จึงเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง
-
เสียบตัวต้านทานโดยขาหนึ่งอยู่ b15 และอีกขาอยู่ d15 จะเกิดอะไรขึ้น (เป้าหมายข้อ 1)
- ทำงานปกติ
- ตัวต้านทานถูกลัดทิ้ง เพราะทั้งสองขาอยู่ในกลุ่มห้ารูเดียวกัน
- ตัวต้านทานไหม้ทันที
- ค่าความต้านทานเพิ่มเป็นสองเท่า
ดูเฉลย
คำตอบ: B. ตัวต้านทานถูกลัดทิ้ง เพราะทั้งสองขาอยู่ในกลุ่มห้ารูเดียวกัน
ขาทั้งสองอยู่บนแถบโลหะเดียวกัน แรงดันคร่อมเป็นศูนย์ ไม่มีกระแสผ่าน วงจรทำงานเหมือนไม่มีตัวต้านทานตัวนั้น
-
ก่อนจ่ายไฟ วัดโหมดความต่อเนื่องระหว่างราง + กับราง − ผลแบบใดที่ควรได้ (เป้าหมายข้อ 2)
- เครื่องส่งเสียงดัง แสดงว่าต่อครบ
- เครื่องไม่ส่งเสียง และความต้านทานใกล้เคียงค่าที่คำนวณจากวงจร
- อ่านได้ 0 Ω
- ไม่ต้องตรวจ ถ้าต่อตามแผนผังแล้ว
ดูเฉลย
คำตอบ: B. เครื่องไม่ส่งเสียง และความต้านทานใกล้เคียงค่าที่คำนวณจากวงจร
ถ้าดังแปลว่าไฟเลี้ยงลัดลงกราวด์ ห้ามจ่ายไฟ ค่าที่ควรได้คือความต้านทานรวมของวงจรที่คำนวณไว้ล่วงหน้า หรือ OL ถ้าวงจรไม่มีทางเดินกระแสระหว่างราง
-
เรียงขั้นตอนตั้งแต่ต่อวงจรเสร็จจนจ่ายไฟ ให้ถูกลำดับ (เป้าหมายข้อ 2)
- ต่อไฟเลี้ยงและสายสัญญาณ แล้ววัดแรงดันราง
- ตรวจด้วยตาทีละ net เทียบกับแผนผัง
- ต่อสาย GND ระหว่างบอร์ดกับเบรดบอร์ด
- วัดความต่อเนื่องและความต้านทานระหว่างราง + กับราง −
ดูเฉลย
ลำดับที่ถูก: B. ตรวจด้วยตาทีละ net เทียบกับแผนผัง → D. วัดความต่อเนื่องและความต้านทานระหว่างราง + กับราง − → C. ต่อสาย GND ระหว่างบอร์ดกับเบรดบอร์ด → A. ต่อไฟเลี้ยงและสายสัญญาณ แล้ววัดแรงดันราง
ตรวจทั้งหมดขณะยังไม่มีไฟ ด้วยตาก่อนแล้วด้วยมิเตอร์ แล้วจึงต่อกราวด์เป็นเส้นแรก ตามด้วยไฟเลี้ยงและสัญญาณ
อ้างอิงบทเรียนนี้
ถ้านำบทเรียนนี้ไปสอน ทำสไลด์ หรือทำเอกสารต่อ ให้อ้างอิงด้วยข้อความนี้ ถ้าดัดแปลงเนื้อหา ให้เติม (ดัดแปลง)ต่อท้ายชื่อบทเรียน
"ต่อวงจรบนเบรดบอร์ด" จาก TESA Open Knowledge โดยสมาคมสมองกลฝังตัวไทย (Thai Embedded Systems Association: TESA) https://github.com/tesaiot/tesa-qualification-program สัญญาอนุญาต CC BY-NC 4.0
ข้อความอ้างอิงภาษาอังกฤษ: "Breadboarding" from TESA Open Knowledge by the Thai Embedded Systems Association (TESA), https://github.com/tesaiot/tesa-qualification-program, licensed under CC BY-NC 4.0
ลิงก์บทเรียน: https://tesaiot.github.io/tesa-qualification-program/courses/electronics-and-instruments/m06-build-and-read/l01-breadboarding/
TESA Open Knowledge · © 2026 สมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA) · CC BY-NC 4.0
เนื้อหาเผยแพร่ภายใต้ CC BY-NC 4.0 นำไปใช้ต่อในงานที่ไม่ใช่เพื่อการค้าได้ โปรดอ้างอิงสมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA) ทุกครั้ง · วิธีอ้างอิง TESA