ข้ามไปยังเนื้อหา

วัดแรงดันและความต่อเนื่อง

เมื่อจบบทเรียนนี้ คุณจะ

  1. วัดแรงดันที่จุดทดสอบบนบอร์ดโดยเลือกโหมดและย่านวัดถูกต้อง และบอกได้ว่าค่าที่อ่านได้แม่นแค่ไหน
  2. ตรวจความต่อเนื่องของสายและหาจุดลัดวงจรบนวงจรที่ปิดไฟแล้ว
  • มัลติมิเตอร์แบบดิจิทัลพร้อมคู่มือ (ถ้าหาคู่มือกระดาษไม่เจอ ให้หาไฟล์ PDF ของรุ่นนั้น เราจะต้องอ่านสเปกความแม่นยำ)
  • บอร์ด สาย USB เบรดบอร์ดที่ยังมีวงจรจากบทเรียน แรงดัน กระแส และความต้านทาน สายจัมเปอร์หลายเส้น
  • ถ้ามี สายวัดแบบปากคีบ (hook หรือ clip) ช่วยให้มือว่างและลดโอกาสปลายสายลื่น

ความปลอดภัย หลักสูตรนี้ ไม่วัดไฟบ้าน ไม่ว่ากรณีใด ไฟบ้าน 230 V ต้องใช้เครื่องและสายวัดที่มีพิกัดความปลอดภัยเหมาะสม และต้องผ่านการฝึกเฉพาะ มัลติมิเตอร์และสายวัดที่ดีจะพิมพ์พิกัด measurement category ไว้ เช่น CAT II 600 V หรือ CAT III 1000 V ตามมาตรฐาน IEC 61010 ยิ่งเลข CAT สูง ยิ่งทนแรงดันกระชากจากระบบไฟฟ้าได้มาก แม้งานของเราจะเป็นไฟ 3.3 V เลือกเครื่องที่มีพิกัดไว้ก่อนเป็นนิสัยที่ดี เพราะวันหนึ่งเครื่องเดียวกันอาจถูกหยิบไปใช้กับงานที่อันตรายกว่า

หยิบมัลติมิเตอร์ขึ้นมาดูโดยยังไม่เสียบสาย

  • ช่องเสียบสายมีกี่ช่อง ช่องไหนเขียนว่า COM ช่องไหนเขียน VΩ (หรือ V, Ω, diode) ช่องไหนเขียน mA หรือ µA และมีช่อง 10A หรือ A แยกไหม ใกล้ช่องเหล่านั้นพิมพ์ค่าฟิวส์ไว้หรือเปล่า
  • ปุ่มหมุนมีสัญลักษณ์อะไรบ้าง หา V⎓ (แรงดันไฟตรง) V~ (แรงดันไฟสลับ) Ω สัญลักษณ์ลำโพงหรือคลื่นเสียง (ความต่อเนื่อง) และสัญลักษณ์ไดโอด
  • เครื่องเป็นแบบเลือกย่านเอง (มีตัวเลข 200m, 2, 20, 200 รอบปุ่ม) หรือแบบเลือกย่านอัตโนมัติ (มีคำว่า AUTO บนจอ)

จดคำตอบไว้ เราจะใช้ตอนเลือกย่านวัดในหัวข้อถัดไป

สิ่งที่วัด ปุ่มหมุน สายแดง สายดำ ต่ออย่างไร
แรงดันไฟตรง V⎓ VΩ COM ขนาน (คร่อมจุดที่วัด)
ความต้านทาน ความต่อเนื่อง ไดโอด Ω, ลำโพง, ไดโอด VΩ COM คร่อมชิ้นส่วน ขณะปิดไฟ
กระแส mA หรือ A mA หรือ 10A COM อนุกรม (บทเรียนถัดไป)

เลือกย่านวัด กับเครื่องแบบเลือกย่านเอง ให้เลือก ย่านที่เล็กที่สุดที่ยังมากกว่าค่าที่คาด เช่น วัด 3.3 V ด้วยย่าน 20 V ถ้าเลือกย่าน 2 V จอจะขึ้น OL (overload) เพราะค่าจริงเกินย่าน ไม่มีอะไรเสีย แค่เปลี่ยนย่านขึ้น ถ้าไม่รู้ว่าจะเจอค่าเท่าไร ให้เริ่มจากย่านใหญ่สุดแล้วลดลงทีละขั้น

ความละเอียดไม่ใช่ความแม่นยำ เครื่องแบบ 3½ หลัก (2000 counts) ที่ย่าน 20 V แสดงได้ละเอียด 0.01 V แต่คู่มือจะเขียนความแม่นยำประมาณนี้ “±(0.5% + 2 digits)” แปลว่าคลาดได้ 0.5% ของค่าที่อ่าน บวกอีก 2 หน่วยของหลักสุดท้าย

ตัวอย่าง อ่านได้ 3.29 V ที่ย่าน 20 V

ความคลาด = ±(0.5% × 3.29 V + 2 × 0.01 V) = ±(0.016 + 0.020) V = ±0.036 V
ค่าจริงอยู่ระหว่างราว 3.25 V ถึง 3.33 V

ถ้าเพื่อนวัดได้ 3.30 V ด้วยเครื่องอีกเครื่อง ไม่มีใครผิด ทั้งสองค่าอยู่ในความคลาดของเครื่อง อย่าเสียเวลาไล่หาความต่างที่เล็กกว่าความแม่นยำของเครื่องมือ

3V3 R1 R2 V red → VΩ jack black → COM meter across R2 (parallel)
วัดแรงดันด้วยการต่อขนาน (คร่อม) จุดที่ต้องการ ไม่ต้องตัดวงจร สายดำที่ COM แตะกราวด์ สายแดงที่ช่อง VΩ แตะจุดที่วัด

แรงดันคือความต่างระหว่างสองจุด การวัดแรงดันจึงไม่ต้องตัดวงจร แค่แตะสายสองเส้นคร่อมจุดที่สนใจ งานบนบอร์ดส่วนใหญ่ วางสายดำไว้ที่ GND แล้วใช้สายแดงแตะจุดต่าง ๆ ตัวเลขที่ได้คือ “แรงดันเทียบกราวด์” ของจุดนั้น ถ้าสลับสาย เครื่องดิจิทัลจะแสดงค่าติดลบ ไม่เป็นอันตรายสำหรับไฟตรง

มัลติมิเตอร์โหมดแรงดันมีความต้านทานขาเข้าสูง (ส่วนใหญ่ราว 10 MΩ) จึงแทบไม่รบกวนวงจร ยกเว้นวงจรที่ความต้านทานสูงมาก ซึ่งเราเห็นแล้วในแล็บของ วงจรแบ่งแรงดัน

แรงดันไฟเลี้ยงควรเป็นเท่าไร ตัวควบคุมแรงดันแต่ละรุ่นมีค่าคลาดเคลื่อนของตัวเอง ให้ดูในเอกสารข้อมูลของรุ่นนั้น ถ้ายังไม่รู้รุ่น ใช้ ±5% เป็นเกณฑ์หยาบ ไฟ 3.3 V ควรอยู่ระหว่าง 3.14 ถึง 3.47 V และไฟ 1.8 V ระหว่าง 1.71 ถึง 1.89 V นอกช่วงนี้ถือว่าผิดปกติ ต้องหาสาเหตุก่อนทำอย่างอื่นต่อ

เทคนิคการจิ้ม จิ้มเฉพาะขาของ header จุดทดสอบ (test point ที่มีป้าย TP) หรือขาของชิ้นส่วนขนาดใหญ่ ห้ามจิ้มขาของชิปที่ถี่มากบนบอร์ดที่เปิดไฟอยู่ ปลายสายลื่นนิดเดียวก็ลัดวงจรสองขาข้างกัน และบอร์ดเสียได้ในเสี้ยววินาที

3. ความต่อเนื่องและความต้านทาน: ทำตอนปิดไฟเท่านั้น

หัวข้อที่มีชื่อว่า “3. ความต่อเนื่องและความต้านทาน: ทำตอนปิดไฟเท่านั้น”

โหมด Ω และโหมดความต่อเนื่อง (continuity) ทำงานโดยปล่อยกระแสเล็ก ๆ ของเครื่องเองผ่านสิ่งที่วัด แล้วดูแรงดันที่เกิด ถ้าวงจรมีไฟของมันเองอยู่ ค่าที่ได้จะผิด และอาจทำให้เครื่องเสียหาย ถอดไฟและรอให้ตัวเก็บประจุคายประจุก่อนเสมอ

โหมดความต่อเนื่อง เครื่องส่งเสียงเมื่อความต้านทานต่ำกว่าเกณฑ์ (มักราวสิบถึงไม่กี่สิบโอห์ม แล้วแต่รุ่น ดูในคู่มือ) ใช้ตอบคำถามแบบ “ต่อถึงกันไหม” ได้เร็ว

  • สายจัมเปอร์ขาดในไหม วัดปลายถึงปลาย ต้องดัง
  • รางไฟของเบรดบอร์ดขาดครึ่งกลางไหม วัดปลายซ้ายถึงปลายขวา
  • ไฟเลี้ยงลัดลงกราวด์ไหม วัดระหว่างราง 3V3 กับราง GND ต้องไม่ดัง

ความต้านทานในวงจร (in-circuit) เมื่อวัดชิ้นส่วนที่ยังต่ออยู่ในวงจร เครื่องจะเห็นทุกทางที่ต่อคร่อมสองจุดนั้น วัดตัวต้านทาน 10 kΩ ที่มีอีก 10 kΩ ขนานอยู่ จะอ่านได้ 5 kΩ ไม่ได้แปลว่าตัวต้านทานเสีย ถ้าอยากรู้ค่าของตัวมันจริง ให้ยกขาหนึ่งข้างออกจากวงจร

บอร์ดจริงไม่ใช่ 0 หรืออนันต์ วัดระหว่างราง 3V3 กับ GND ของบอร์ดที่ถอดไฟแล้ว มักได้ค่าหลายร้อยโอห์มถึงหลายกิโลโอห์ม และค่าอาจค่อย ๆ ขยับขึ้น เพราะตัวเก็บประจุ decoupling จำนวนมากกำลังถูกประจุด้วยกระแสของเครื่อง สิ่งที่บอกว่า “ลัดวงจร” คือค่าที่ใกล้ 0 Ω และไม่ขยับ วิธีที่ดีที่สุดคือเทียบกับบอร์ดรุ่นเดียวกันที่ใช้งานได้ปกติ

โหมดไดโอด เครื่องแสดงแรงดันตกคร่อมไดโอดเมื่อนำไฟ (ไดโอดซิลิคอนราว 0.5 ถึง 0.7 V) ใช้หาขั้วของ LED ได้ LED บางดวงจะติดสลัว ๆ เมื่อสายแดงอยู่ที่แอโนด

สถานการณ์ วงจรบนเบรดบอร์ดจากบทเรียนแรก (R1 = 1 kΩ, R2 = 2.2 kΩ ขนาน R3 = 4.7 kΩ) ต่อแล้วแรงดันที่จุด A เป็น 0 V ทั้งที่ควรได้ 1.98 V หาสาเหตุอย่างเป็นขั้นตอน

  1. เริ่มจากแหล่งจ่าย เสียบไฟ วัดราง 3V3 ของเบรดบอร์ดเทียบราง GND ได้ 3.29 V แหล่งจ่ายปกติ ปัญหาอยู่ที่วงจร
  2. วัดทีละจุดตามทางกระแส ขา R1 ฝั่งราง 3V3 ได้ 3.29 V ขา R1 อีกฝั่งได้ 0 V แปลว่าแรงดันทั้งหมดตกคร่อม R1 หรือ R1 ขาด หรือจุด A ถูกดึงลงกราวด์
  3. ถอดไฟ แล้วเปลี่ยนเป็นโหมดความต่อเนื่อง วัดระหว่างจุด A กับราง GND เครื่องดังทันที ค่าใกล้ 0 Ω จุด A ลัดลงกราวด์
  4. หาตัวการ ไล่ดูสายจัมเปอร์ที่ต่อกับคอลัมน์ของจุด A พบว่ามีสายหนึ่งเส้นเสียบเลื่อนไปอยู่คอลัมน์ติดกับราง GND
  5. แก้แล้วตรวจก่อนเสียบไฟ วัดความต้านทานระหว่างราง 3V3 กับราง GND ของเบรดบอร์ด (ยังไม่ต่อกับบอร์ด) ได้ราว 2.50 kΩ ตรงกับ R1 + (R2 ∥ R3) = 1 + 1.50 kΩ
  6. เสียบไฟ วัดซ้ำ จุด A ได้ 1.97 V อยู่ในความคลาดของตัวต้านทานและเครื่องมือ

สังเกตลำดับ วัดแรงดันตอนมีไฟเพื่อหาว่า “ผิดตรงไหน” แล้วปิดไฟใช้ความต่อเนื่องหรือโอห์มเพื่อหาว่า “ผิดเพราะอะไร” และตรวจความต้านทานรวมก่อนเสียบไฟทุกครั้ง

  1. เครื่องแบบเลือกย่านเองมีย่าน 200 mV, 2 V, 20 V, 200 V จะวัดไฟ 1.8 V ควรใช้ย่านไหน ได้ความละเอียดเท่าไร
  2. เครื่องระบุความแม่นยำ ±(0.5% + 3 digits) อ่านได้ 1.802 V ที่ย่าน 2 V (ความละเอียด 0.001 V) ค่าจริงอยู่ในช่วงใด
  3. วัดขา 3V3 ที่ย่าน 2 V จอขึ้น OL หมายความว่าอะไร ต้องทำอะไรต่อ
  4. วัดตัวต้านทาน 4.7 kΩ ที่มีอีกตัว 4.7 kΩ ต่อขนานอยู่ในวงจร จะอ่านได้เท่าไร
  5. วัดความต้านทานระหว่างราง 3V3 กับ GND ของบอร์ดที่ถอดไฟแล้ว ได้ 0.3 Ω และค่าไม่ขยับ ควรทำอะไรต่อ
  6. วัดแรงดันไฟ 3.3 V ได้ −3.30 V เกิดจากอะไร อันตรายไหม
  7. ในวงจรจากตัวอย่างสมบูรณ์ ถอดสายราง 3V3 ออกจากบอร์ดแล้ว วัดความต้านทานคร่อม R2 (จากจุด A ถึง GND) โดยไม่ยกขาใด ๆ จะอ่านได้เท่าไร เพราะอะไร
  1. ย่าน 2 V เพราะเป็นย่านเล็กที่สุดที่ยังมากกว่า 1.8 V ได้ความละเอียด 0.001 V (1 mV)
  2. ±(0.5% × 1.802 + 3 × 0.001) = ±(0.009 + 0.003) = ±0.012 V ค่าจริงอยู่ระหว่าง 1.790 ถึง 1.814 V
  3. ค่าจริงเกินย่านที่เลือก เปลี่ยนเป็นย่าน 20 V ไม่มีอะไรเสียหาย
  4. 4.7 kΩ ∥ 4.7 kΩ = 2.35 kΩ ถ้าต้องการค่าของตัวเดียว ให้ยกขาหนึ่งข้างออกจากวงจร
  5. ค่าใกล้ 0 Ω ที่ไม่ขยับคือการลัดวงจร ห้ามเสียบไฟ เทียบกับบอร์ดปกติ แล้วหาจุดลัด เช่น สะพานตะกั่ว เศษโลหะ หรือตัวเก็บประจุที่เสียแบบลัด
  6. สลับสายแดงกับสายดำ สำหรับไฟตรงไม่อันตราย เครื่องแค่แสดงเครื่องหมายลบ
  7. อ่านได้ราว 1.50 kΩ เพราะเครื่องเห็น R2 ขนานกับ R3 (R1 ไม่อยู่ในเส้นทาง เพราะปลายอีกข้างของ R1 ลอยอยู่เมื่อถอดสายราง 3V3 แล้ว)

ตอบคำถามใน quiz.yaml ให้ถูกอย่างน้อย 4 ใน 5 ข้อ

ส่วน A: วัดแรงดันไฟเลี้ยงของบอร์ด (เปิดไฟ)

  1. เสียบ USB ตั้งเครื่องเป็น V⎓ (ถ้าเลือกย่านเองให้ใช้ 20 V) สายดำที่ GND ของ header
  2. วัดขา 3V3 ของ header จดค่าและย่านที่ใช้ แล้วคำนวณช่วงความคลาดจากสเปกในคู่มือเครื่องของคุณ
  3. ถ้า header มีขา 5V (ไฟจาก USB) วัดด้วย แล้วเทียบกับช่วงที่ยอมรับได้ของไฟ USB ที่ระบุในเอกสารของบอร์ดหรือมาตรฐาน USB
  4. เปิดแผนผังวงจรของบอร์ด ถ้ามีจุดทดสอบหรือขาที่เป็นไฟ 1V8 ที่เข้าถึงได้อย่างปลอดภัย (ไม่ใช่ขาชิป) วัดด้วย ถ้าไม่มีจุดแบบนั้น ให้ข้ามและจดไว้ว่าข้ามเพราะอะไร
  5. ใส่ค่าลงตาราง แล้วตัดสินว่าแต่ละรางอยู่ในช่วงปกติหรือไม่
ราง ย่านที่ใช้ ค่าที่อ่านได้ ± ตามสเปกเครื่อง ช่วงที่ยอมรับ ปกติหรือไม่
3V3 3.14 ถึง 3.47 V (±5%)
5V (ถ้ามี) ตามเอกสาร
1V8 (ถ้ามีจุดวัด) 1.71 ถึง 1.89 V (±5%)

ส่วน B: ความต่อเนื่องและหาจุดลัด (ปิดไฟ)

  1. ถอด USB และถอดสายทุกเส้นที่ต่อเบรดบอร์ดกับบอร์ด
  2. วัดความต่อเนื่องของสายจัมเปอร์ทุกเส้นที่คุณใช้บ่อย ทิ้งเส้นที่ไม่ดังหรือดังบ้างไม่ดังบ้างเมื่อขยับสาย
  3. ตรวจรางไฟของเบรดบอร์ดว่าต่อตลอดแนวหรือขาดครึ่งกลาง (เบรดบอร์ดยาวบางรุ่นขาด)
  4. วางวงจร R1 R2 R3 จากบทเรียนแรกไว้ วัดความต้านทานระหว่างราง 3V3 กับราง GND ของเบรดบอร์ด เทียบกับ 2.50 kΩ
  5. เกมหาจุดลัด ให้เพื่อนแอบเสียบสายจัมเปอร์สั้นลัดสองคอลัมน์ใดก็ได้ในวงจร โดยไม่บอกคุณ ใช้โหมด Ω และความต่อเนื่องหาให้เจอ บันทึกว่าคุณวัดจุดไหนตามลำดับไหน และใช้การวัดกี่ครั้ง ลองทำให้น้อยครั้งที่สุดด้วยการแบ่งวงจรเป็นครึ่ง ๆ

บทเรียนถัดไป วัดกระแสอย่างปลอดภัย เป็นโหมดที่ทำให้มัลติมิเตอร์เสียบ่อยที่สุด เราจะดูว่าทำไม และวิธีที่ทำให้ไม่เกิดกับเครื่องของคุณ

ในเกมหาจุดลัด วิธีไหนทำให้คุณหาเจอเร็วที่สุด วิธีคิดแบบนั้นใช้กับการหาบั๊กในโปรแกรมได้ไหม

คำถามทบทวน

ลองตอบเองก่อน แล้วค่อยเปิดดูเฉลย

  1. มัลติมิเตอร์แบบเลือกย่านเองมีย่าน 200 mV, 2 V, 20 V และ 200 V จะวัดขา 3V3 ควรเลือกย่านใด (เป้าหมายข้อ 1)

    1. 200 mV
    2. 2 V
    3. 20 V
    4. 200 V
    ดูเฉลย

    คำตอบ: C. 20 V

    เลือกย่านที่เล็กที่สุดที่ยังมากกว่าค่าที่คาด 3.3 V เกินย่าน 2 V จอจะขึ้น OL ส่วนย่าน 200 V อ่านได้แต่ความละเอียดหยาบกว่า

  2. เครื่องมีความแม่นยำ ±(0.5% + 2 digits) อ่านได้ 3.29 V ที่ย่าน 20 V (ความละเอียด 0.01 V) ค่าจริงอยู่ในช่วงใด (เป้าหมายข้อ 1)

    1. 3.29 V พอดี
    2. ราว 3.25 ถึง 3.33 V
    3. ราว 3.27 ถึง 3.31 V
    4. ราว 3.12 ถึง 3.46 V
    ดูเฉลย

    คำตอบ: B. ราว 3.25 ถึง 3.33 V

    ±(0.005 × 3.29 + 2 × 0.01) = ±0.036 V จึงอยู่ระหว่างราว 3.25 ถึง 3.33 V ตัวเลขบนจอละเอียดถึง 0.01 V แต่ความแม่นยำหยาบกว่านั้น

  3. การวัดแรงดันที่ขาหนึ่งเทียบกราวด์ ต้องต่อมัลติมิเตอร์อย่างไร (เป้าหมายข้อ 1)

    1. ตัดวงจรแล้วต่อมิเตอร์อนุกรม สายแดงที่ช่อง mA
    2. สายดำที่ COM แตะ GND สายแดงที่ช่อง VΩ แตะขาที่วัด โดยไม่ต้องตัดวงจร
    3. ปิดไฟก่อน แล้วใช้โหมด Ω
    4. สายแดงแตะ GND สายดำแตะขาที่วัด แล้วตั้งโหมดความต่อเนื่อง
    ดูเฉลย

    คำตอบ: B. สายดำที่ COM แตะ GND สายแดงที่ช่อง VΩ แตะขาที่วัด โดยไม่ต้องตัดวงจร

    แรงดันวัดแบบขนาน (คร่อม) สองจุด ไม่ต้องตัดวงจรและต้องเปิดไฟ ความต้านทานขาเข้าสูงของมิเตอร์ทำให้แทบไม่รบกวนวงจร

  4. ทำไมต้องถอดไฟก่อนวัดความต้านทานหรือความต่อเนื่อง (เป้าหมายข้อ 2)

    1. เพราะมิเตอร์ใช้กระแสของมันเองวัด แรงดันในวงจรจะทำให้ค่าผิดและอาจทำให้เครื่องเสียหาย
    2. เพราะโหมด Ω ใช้แบตเตอรี่มาก
    3. เพราะเสียงของโหมดความต่อเนื่องจะดังตลอด
    4. ไม่จำเป็นต้องถอดไฟ
    ดูเฉลย

    คำตอบ: A. เพราะมิเตอร์ใช้กระแสของมันเองวัด แรงดันในวงจรจะทำให้ค่าผิดและอาจทำให้เครื่องเสียหาย

    โหมด Ω ปล่อยกระแสเล็ก ๆ แล้ววัดแรงดันที่เกิด ถ้าวงจรมีไฟอยู่ แรงดันนั้นปนเข้ามา ค่าที่อ่านไม่มีความหมาย และวงจรป้องกันของเครื่องอาจต้องรับแรงดันที่ไม่ได้ออกแบบไว้

  5. วัดตัวต้านทาน 10 kΩ ที่ยังอยู่ในวงจร และมีตัวต้านทาน 10 kΩ อีกตัวต่อขนานอยู่ จะอ่านได้ประมาณเท่าไร (เป้าหมายข้อ 2)

    1. 10 kΩ
    2. 20 kΩ
    3. 5 kΩ
    4. 0 Ω
    ดูเฉลย

    คำตอบ: C. 5 kΩ

    มิเตอร์เห็นทุกทางที่ต่อคร่อมสองจุดนั้น 10 kΩ ∥ 10 kΩ = 5 kΩ ไม่ได้แปลว่าตัวต้านทานเสีย ถ้าต้องการค่าจริงของตัวเดียวให้ยกขาหนึ่งข้างออกจากวงจร

อ้างอิงบทเรียนนี้

ถ้านำบทเรียนนี้ไปสอน ทำสไลด์ หรือทำเอกสารต่อ ให้อ้างอิงด้วยข้อความนี้ ถ้าดัดแปลงเนื้อหา ให้เติม (ดัดแปลง)ต่อท้ายชื่อบทเรียน

"วัดแรงดันและความต่อเนื่อง" จาก TESA Open Knowledge โดยสมาคมสมองกลฝังตัวไทย (Thai Embedded Systems Association: TESA) https://github.com/tesaiot/tesa-qualification-program สัญญาอนุญาต CC BY-NC 4.0

ข้อความอ้างอิงภาษาอังกฤษ: "Measuring voltage and continuity" from TESA Open Knowledge by the Thai Embedded Systems Association (TESA), https://github.com/tesaiot/tesa-qualification-program, licensed under CC BY-NC 4.0

ลิงก์บทเรียน: https://tesaiot.github.io/tesa-qualification-program/courses/electronics-and-instruments/m03-multimeter/l01-voltage-and-continuity/

วิธีอ้างอิง TESA ฉบับเต็ม

TESA Open Knowledge · © 2026 สมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA) · CC BY-NC 4.0

เนื้อหาเผยแพร่ภายใต้ CC BY-NC 4.0 นำไปใช้ต่อในงานที่ไม่ใช่เพื่อการค้าได้ โปรดอ้างอิงสมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA) ทุกครั้ง · วิธีอ้างอิง TESA