R = (V_s − V_f) / I
ตัวอย่าง: 3.3 V, V_f = 2.0 V, 5 mA
R = 1.3 V / 5 mA = 260 Ω → ใช้ 270 Ω → I = 4.81 mA, กำลัง = 6.26 mW
ปัดขึ้นไปหาค่ามาตรฐานที่ใหญ่กว่าเสมอ (กระแสต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย ปลอดภัยกว่า)
กับดัก LED สีน้ำเงินที่ 3.3 V V_f = 3.0 V เหลือ headroom แค่ 0.3 V — V_f ต่างกันได้ ±0.2 V ทำให้กระแสจริงแกว่งได้ห้าเท่า (0.67–3.33 mA) เมื่อ headroom น้อย ความสว่างคุมไม่ได้ — ทางแก้: เลี้ยงจากแหล่งจ่ายที่สูงกว่าแล้วใช้ทรานซิสเตอร์เป็นสวิตช์
ตัวเก็บประจุประจุผ่านตัวต้านทานด้วยค่าคงที่เวลา τ = R × C ครบ 1τ ได้ 63.2% ของแรงดันแหล่งจ่าย ครบ 5τ ได้ราว 99.3%
Decoupling เมื่อชิปดึงกระแสกระชากสั้น ๆ ลายวงจรยาวมีความเหนี่ยวนำ จ่ายไม่ทัน
สมมุติดึงเพิ่ม 50 mA ภายใน 2 ns ผ่านลาย L = 10 nH:
V = L × di/dt = 10 nH × (50 mA / 2 ns) = 0.25 V ตกเกือบ 8% ของ 3.3 V
มีตัวเก็บประจุ 100 nF ชิดขา: กระชาก 50 mA นาน 10 ns ใช้ประจุ 0.5 nC
ΔV = Q / C = 0.5 nC / 100 nF = 5 mV ตกแค่ 5 mV
ต้องวาง ชิดขาไฟที่สุด เพราะลายวงจรระหว่างตัวเก็บประจุกับขาก็มีความเหนี่ยวนำเช่นกัน
ขดลวด (รีเลย์ มอเตอร์) ไม่ยอมให้กระแสเปลี่ยนทันที เมื่อสวิตช์ตัดกระแส ขดลวดสร้างแรงดันสูงขึ้นเองตาม V = L × di/dt
ขดลวด 100 mH กระแส 50 mA ถูกตัดภายใน 1 µs (อุดมคติ):
V = 100 mH × (50 mA / 1 µs) = 5,000 V
(ของจริงแรงดันจะพุ่งจนทรานซิสเตอร์พังหรือเกิดประกายก่อน)
ไดโอดคร่อมขดลวด (แคโทดทางฝั่งไฟบวก) ให้กระแสมีทางไหลวนต่อ จำกัดแรงดันไว้ราวแรงดันแหล่งจ่ายบวก 0.7 V
NPN (BJT) คุมด้วยกระแสเบส — รีเลย์ 5 V, 70 mA, β บังคับ 20: กระแสเบส 70/20 = 3.5 mA, R_เบส = (3.3−0.7)/3.5 mA = 743 Ω → ใช้ 750 Ω (แต่โหลดกระแสสูงต้องการกระแสเบสหลาย mA ซึ่งขาจ่ายไม่ไหว)
MOSFET ชนิด N คุมด้วยแรงดันเกต แทบไม่กินกระแสขณะค้าง เหมาะกับโหลดกระแสสูง ต้องเลือก logic-level (R_DS(on) ระบุที่ V_GS ต่ำเท่าขาที่มี เช่น 2.5 V)
แถบไฟ LED 12 V, 500 mA, R_DS(on) = 0.05 Ω ที่ V_GS = 2.5 V
แรงดันตกคร่อม MOSFET = 0.5 A × 0.05 Ω = 25 mV
กำลังที่ MOSFET = (0.5 A)² × 0.05 Ω = 12.5 mW — ไม่ต้องระบายความร้อน
1. ขาจ่ายตรงได้ไหม ไม่ได้ (ต้องการ 5 V, 70 mA เกินขา GPIO)
2. เลือกสวิตช์ MOSFET ชนิด N logic-level, R_DS(on)=0.1 Ω ที่ V_GS=2.5V
แรงดันตก 70 mA × 0.1 Ω = 7 mV, กำลัง (70 mA)² × 0.1 Ω = 0.49 mW
3. ตัวต้านทานเกต 100 Ω จำกัดกระแสกระชากไม่เกิน 3.3/100 = 33 mA
เกต 500 pF: τ = 100 Ω × 500 pF = 50 ns เร็วพอสำหรับรีเลย์
4. ตัวต้านทานดึงเกตลง 100 kΩ กันขาลอยตอนรีเซ็ต กินกระแสตอนเปิด 3.3/100k = 33 µA
5. ไดโอดกันไฟย้อน เช่น 1N4148 คร่อมขดลวด แคโทดฝั่ง 5 V
6. Decoupling 100 nF ชิดรีเลย์ + 10 µF อีกหนึ่งตัว
ฝึกเติม
แล็บ ส่วน A: LED กับตัวต้านทาน
แล็บ ส่วน B: ค่าคงที่เวลาที่มองเห็นได้ด้วยตา ต่อ 3V3 → 100 kΩ → ตัวเก็บประจุ 100 µF (ตรวจขั้ว!) จับเวลาจนแรงดันถึง 63% ของค่าสุดท้าย
แหล่งจ่าย 3.3 V หลอด LED มี V_f = 2.1 V ต้องการกระแส 4 mA ตัวต้านทานที่คำนวณได้คือเท่าไร
ตัวเก็บประจุ decoupling 100 nF ที่วางชิดขาไฟของชิปทำหน้าที่หลักอะไร
ต้องการสั่งมอเตอร์ 12 V ที่กินกระแส 800 mA จากขา GPIO 3.3 V วิธีใดเหมาะที่สุด
โมดูลถัดไปเข้าสู่ ระดับลอจิกและเกตพื้นฐาน — ดูว่าแรงดันแบบไหนที่ชิปนับเป็น 0 หรือ 1 และทำไมบอร์ดที่มีทั้งระบบ 1.8 V และ 3.3 V ต้องระวังเวลาต่ออุปกรณ์ภายนอก
"อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือวัดสำหรับนักพัฒนาระบบฝังตัว" จาก TESA Open Knowledge โดยสมาคมสมองกลฝังตัวไทย
(Thai Embedded Systems Association: TESA) https://github.com/tesaiot/tesa-qualification-program
สัญญาอนุญาต CC BY-NC 4.0
แผนภาพในบทเรียนนี้เป็นงานวาดของหลักสูตรนี้เอง (CC BY-NC 4.0)
TESA Open Knowledge · © 2026 สมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA) · CC BY-NC 4.0